กรณีคดีปัญหาตัดไม้พะยูงในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ ถูกเปิดเผยขึ้น ในช่วงเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2566 แยกเป็น 2 กรณี คือกรณีไม้ของกลางหาย เป็นการลักลอบตัดไม้ในศูนย์เพาะชำกล้าไม้ อ.ยางตลาด มีการนำไม้พะยูงของกลางมาเก็บไว้ที่ หน้าเสาธงสำนักงานเทศบาลตำบลอิตื้อ 1 ท่อน แต่ไม้ดังกล่าวหาย ซึ่งพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบคดี ได้ดำเนินคดีด้วยการส่งสำนวนให้ ปปช.ประจำจังหวัดกาฬสินธุ์ พิจารณาเนื่องจากมีข้าราชการการเมืองกระทำความผิด อีกกรณีเป็นคดีตัดไม้พะยูงตามโรงเรียนหลายแห่ง เป็นการใช้ช่องว่างทางกฏหมาย มีเจ้าหน้าที่รัฐร่วมขบวนการ เหตุเกิดมากที่สุดในพื้นที่ อ.ห้วยเม็ก และอ.หนองกุงศรี ซึ่งฝ่ายปกครองได้ดำเนินการแจ้งความดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง โดย พล.ต.ต.ตรีวิทย์ ศรีประภา ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ ได้เข้ามากำกับดูแลคดีนี้ด้วยตัวเองเบื้องต้นเปิดเผยผู้ต้องหาในคดีมีไม่ต่ำกว่า 17 คน และที่โรงเรียนคำไฮวิทยา อ.หนองกุงศรี สัปดาห์ก่อน รศ.ชูศักดิ์ ศิรินิล ประธาน กมธ.ปปช.สภาฯ พร้อมคณะได้เข้ามาติดตามปัญหาเพื่อสรุปรายงานผลเอาผิดยกแก๊ง ตามที่เสนอข่าวไปแล้ว

สอบเพิ่มพยานคนสำคัญ คดีตัดไม้พะยูงโรงเรียนคำไฮวิทยา อำเภอหนองกุงศรี จังหวัดกาฬสินธุ์ คายความลับหมดเปลือก สาวไส้ขบวนการฟอกขาว ลักลอบตัด ขออนุญาตตัด ให้อนุญาตตัด ส่งเจ้าหน้าที่รัฐประเมินราคา ลงบิลซื้อขาย 1.5 แสน ขายต่อเป็นทอดๆ 5 แสน เชื่อมโยงนายทุนค้าไม้ข้ามชาติ สรุปขึ้นบัญชีดำผู้ต้องหายกแก๊ง 10 ราย อึ้งเป็นข้าราชการ 7 ราย คนรับจ้างตัดไม้ 1 รายและพ่อค้ารับซื้อไม้อีก 2 ราย

เมื่อวันที่ 19 พ.ค.พล.ต.ต.ตรีวิทย์ ศรีประภา ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ เผยว่า หลังจากที่ฝ่ายปกครองอำภอหนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์ ได้แจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.หนองกุงศรี ในช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมาตนพร้อมด้วย พ.ต.ท.สมภาร แสนคำ รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.ห้วยเม็ก ในฐานะชุดสอบสวนเฉพาะกิจ คดีตัดไม้พะยูงที่ราชพัสดุ โรงเรียนคำไฮวิทยา อ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์ ได้ร่วมสอบปากคำพยานที่ สภ.หนองกุงศรี ร่วมกับ พ.ต.อ.สีหชาติ พรจรรยา ผกก.สภ.หนองกุงศรี โดยใช้เวลาในการสอบแต่ละครั้งครึ่งวัน เป็นการสอบปากคำพยานเพิ่มเติมจำนวน 4 ปาก เป็นพยานคนใหม่ 3 ปาก และพยานคนเดิมที่เคยสอบไปแล้ว 1 ปาก ซึ่งทั้งหมดถือเป็นกุญแจดอกสำคัญ ในการขยายผลการสอบสวน เชื่อมโยงถึงข้าราชการ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการตัดไม้พะยูง

จนกระทั่งวันนี้สรุปเบื้องต้นมีผู้ต้องหาทั้งหมด 10 ราย การสอบสวนเป็นไปตามที่ปลัดอำเภอหนองกุงศรี ได้มาแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ กรณีตัดไม้พะยูงในโรงเรียนคำไฮวิทยา ซึ่งเป็นที่ราชพัสดุไว้เมื่อวันที่ 3 พ.ค.67 ที่ผ่านมา โดยในวันนั้นได้ทำการสอบถามข้อมูลและลงพื้นที่ เก็บหลักฐานเพิ่มเติม จากนั้นทำหนังสือขอสำนวนการสอบสวน ของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง อ.หนองกุงศรีกับทางจังหวัด ซึ่งสำนวนดังหล่าวทาง อ.หนองกุงศรีได้ส่งสำนวนไปที่ศูนย์ดำรงธรรม จ.กาฬสินธุ์ เพื่อนำไปเทียบเคียงและประกอบการสอบสวนให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน และเพื่อนำไปสู่กระบวนการดำเนินคดีตามกฎหมาย ลงโทษข้าราชการสีเทาที่มีส่วนเกี่ยวข้อง กับขบวนการฟอกขาวค้าไม้พะยูงและนายทุนข้ามชาติ

พล.ต.ต.ตรีวิทย์ กล่าวว่า จากการสอบถามข้อมูลกับทาง อ.หนองกุงศรี และจากการสอบปากคำพยาน เบื้องต้นพบผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำเข้าข่ายความผิด เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตาม ม.157 ประกอบด้วยข้าราชการ 6 ราย คือ 1.ผู้อำนวยการ สพป.กาฬสินธุ์ เขต 2 (เกษียณ), 2.เจ้าหน้าที่การเงิน สพป.กาฬสินธุ์ เขต 2, 3.ธนารักษ์พื้นที่กาฬสินธุ์ (คนเดิม-ย้าย), 4. ผอ.ศูนย์ป่าไม้กาฬสินธุ์ (คนเดิม-ย้าย), 5. ผอ.โรงเรียนคำไฮวิทยา (ย้าย) และ 6. ครูโรงเรียนคำไฮวิทยา ขณะที่ผลการสอบปากคำพยานคนสำคัญล่าสุด ได้ผู้ต้องหาเพิ่มอีก 4 ราย เป็นข้าราชการ 1 ราย คือรอง ผอ.สพป.กาฬสินธุ์ เขต 2, คนตัดไม้ 1 ราย และพ่อค้ารับซื้อไม้อีก 2 ราย สรุปผู้ต้องหาคดีนี้จำนวน 10 ราย เป็นข้าราชการ 7 ราย คนตัดไม้และพ่อค้าอีก 3 ราย

“ในส่วนข้อมูลที่ได้รับการเปิดเผยจากพยานคนสำคัญนั้น ปรากฎไทม์ไลน์คือหลังจากผ่านขั้นตอนมีคนร้ายเข้ามาลักลอบตัดแล้ว ทางโรงเรียนได้ขออนุญาตตัดกับธนารักษ์พื้นที่ และมีการให้อนุญาตตัด ต่อมามีเจ้าหน้าที่รัฐเข้ามาประเมินราคา ก่อนทำสัญญาซื้อขายราคาต่ำกว่าท้องตลาด 30-50 เท่าตัว จากนั้นตัดทอนเป็นท่อนขึ้นรถบรรทุกไปส่งแหล่งรับซื้อ ซึ่งพฤติกรรมเข้าข่ายการฟอกขาวของขบวนการค้าไม้พะยูง ส่วนข้อมูลใหม่ที่ได้คือ คนที่เข้ามาทำสัญญาซื้อขายไม้พะยูงในโรงเรียนคำไฮวิทยากับ สพป.กาฬสินธุ์ เขต 2 ให้การว่าซื้อไม้พะยูง 22 ต้น กับอีก 2 ตอ ในราคา 153,000 บาท ตามใบเสร็จรับเงิน โดยตัดในวันเกิดเหตุ 17 ต้น ทอนเป็นท่อนไม้เต็มรถบรรทุก 1 คัน จากนั้นนำไปขายให้พ่อค้าคนที่ 2 ในราคา 250,000 บาท และพ่อค้าคนที่ 2 นำไปขายต่อพ่อค้าคนที่ 3 ในราคา 500,000 บาท ข้อมูลทั้งหมด น่าเชื่อได้ว่าทำเป็นขบวนการ และเชื่อมโยงไปถึงพ่อค้าไม้พะยูงข้ามชาติ ที่เคยก่อคดีในพื้นที่ภาคอีสานหลายจังหวัด ซึ่งพนักงานสอบสวน จะเร่งสรุปสำนวนส่ง ปปช.ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไปในเร็วๆ นี้” พล.ต.ต.ตรีวิทย์ กล่าว