“80-120 กิโลกรัม” นี่คือตัวเลขของ Food Waste หรือขยะอาหารใน 1 วันของโรงแรม Bangkok Marriott Hotel The Surawongse ในจำนวนฟู้ดเวสต์ที่ผสมปนเป ยังมีอาหารบางส่วนที่นำกลับมาบริโภคได้

**ฟู้ดแบงก์ช่วยผู้เข้าไม่ถึงอาหาร3.8ล้านคน
โครงการจัดตั้งธนาคารอาหารของประเทศไทย (Thailand’s Food Bank): การบริหารจัดการอาหารส่วนเกิน คำตอบในการสร้างความมั่นคงทางอาหารและความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ได้เข้ามาบริหารขยะอาหารข้างต้นภายใต้ความร่วมมือระหว่างสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับ มูลนิธิ SOS และภาคเอกชน โดยการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ดร.จุฬารัตน์ ตันประเสริฐ รองผู้อำนวยการสวทช.กล่าวว่า ประเทศไทยมีอาหารส่วนเกินมากถึงเกือบ 4 ล้านตันต่อปี ในขณะที่มีการรายงานตัวเลขของประชากรของประเทศที่มีรายได้น้อยและมีแนวโน้มที่จะประสบปัญหาการเข้าถึงอาหารอยู่ถึง 3.8 ล้านคน สวทช. ได้เข้ามายังได้สนับสนุนการนำเทคโนโลยีมาช่วยบริหารจัดการอาหารส่วนเกินอย่างมีประสิทธิภาพ ได้แก่ แพลตฟอร์มดิจิทัลแนะนำการจับคู่ความต้องการ และอาหารบริจาคแบบอัตโนมัติ โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.)

**แพลตฟอร์มอาหารจัดผู้รับผู้ให้เจอกัน
มูลนิธิ SOS จะเริ่มต้นตั้งแต่ขั้นตอนการรับอาหาร การเก็บรักษาอาหาร การขนส่ง การแจกจ่ายอาหาร ดร.ปัทมาพร ประชุมรัตน์ นักวิจัยนโยบาย หัวหน้าโครงการการจัดตั้งธนาคารอาหารของประเทศไทย อธิบายว่าระบบจะเปิดให้ผู้บริจาคและผู้รับอาหารรู้ข้อมูล ตัวอย่างเช่นเข้ามาคีย์ในระบบว่าเนื้อหมู เนื้อไก่เท่าไร วันที่ จำนวน แล้วทางชุมชนจะแจ้งไปว่าทางชุมชนต้องการเนื้อหมูหรือผัก ระบบจะช่วยได้ ซึ่งในอนาคตอาจเสนอให้ให้ผู้บริจาคอาหารสามารถได้รับการลดหย่อนภาษี หรือเรื่องคาร์บอนเครดิต คาร์บอนฟรุตพรินท์ เพื่อสร้างแรงจูงใจ

ขณะนี้มูลนิธิมูลนิธิ SOSมีรถตู้เย็นสำหรับรับส่งอาหารส่วนเกินจำนวน 13 คัน ในแต่ละวันจะรับอาหารส่วนเกินจากผู้บริจาคส่งไปยังประชาชนกลุ่มเปราะบางในพื้นที่กทม.
“ เราจะใช้รถตู้เย็นในการส่งอาหารส่วนเกินของผู้บริจาค โดยส่งต่อไปยังผู้รับ ระบบจะทำงานเพียง 1 วันอาหารจะถึงชุมชน ดำเนินการมาเป็นปีที่ 8 แล้ว ปัจจุบันกู้อาหารไปได้ 5 ล้านกก.20 ล้านมื้อ ลดคาร์บอนฟรุตพริ้นได้ 4 ล้านกิโลกรัม” ทวี อิ่มพูลทรัพย์ ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการส่วนกลางมูลนิธิ SOS บอกเล่า

**อาหารคุณภาพดีไม่ควรถูกทิ้ง
ปัจจุบันมีพันธมิตรที่เข้าร่วมโครงการธนาคารอาหารทั้งโรงแรม ซุปเปอร์มาร์เกต บริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายอาหาร ซึ่งอาหารเหล่านี้ผ่านการคัดสรรตั้งแต่ต้นทางว่าจะต้องมีคุณภาพดีทั้งผลผลิต รสชาติ มีความปลอดภัย เพราะเป็นความน่าเชื่อถือของแบรนด์

อรรถพล ถังทอง หัวหน้าแผนกครัวโรงแรม Bangkok Marriott Hotel The Surawongse เล่าว่า การบริหารจัดการอาหารของรร.เป็นเรื่องที่ท้าทายในรร.เริ่มตั้งแต่มื้อเช้า อาหารที่เหลือจะเป็นเบเกอร์รี่ ไส้กรอก ก่อนที่จะเป็นFood wasteได้แบ่งไปให้สต๊าฟทาน และต่อมาเป็นข้าวหมูที่จะมีคนมาซื้ออยู่แล้ว แต่ก็ยังเหลือเป็นFood wasteวันละ80-120 กก. ยิ่งวันไหนมีงานจัดเลี้ยงเยอะยิ่งเหลือเยอะ เช่นปลาแซลมอนรร.ใช้เพียงแค่40 เปอร์เซ็นต์ของตัวปลา ยังมีส่วนหัว เศษปลาที่ไม่สวยยังทำอาหารต่อได้ โดยเชฟจะเก็บเข้าตู้เย็นไว้ เมื่อมีจำนวนมากพอ จะนัดรถมารับ ระบบนี้ทำให้ลดFood wasteกลายเป็นว่าเศษอาหารที่เป็นเฉพาะข้าวหมูวันละแค่ 40-50 กก. ถือว่าช่วยรร.ได้เยอะ

วลัยรัตน์ อภินัยนาถ GM of Corporate Planning บริษัท อิออน (ไทยแลนด์) จำกัด (Maxvalu Supermarket) เล่าว่าเริ่มต้นมีความกลัวอาหารจากซุปเปอร์มาร์เกต เมื่อมีผู้รับไปอาจทำให้ชุมชนเข้าใจผิดว่านำอาหารที่ได้หมดอายุ แต่ด้วยระบบของ SOS จะมีระบบตรวจสอบ และด้วยระบบโลจิสติกส์ทำให้อาหารถึงมือผู้มือรับภายในวันเดียว
วิกานดา สังวรราชทรัพย์ ประธานเครือข่ายผู้นำชุมชนเขตลาดพร้าว เล่าว่า แรกๆ ต้องมานั่งอธิบายให้กับผู้รับอาหารว่าอาหารส่วนเกิน อาหารป้ายเหลืองคืออะไร มีหลายๆครั้งพูดไม่รู้เรื่อง จึงต้องบอกว่ารับจากเอสแอนด์พี จากแมคแวลู เนื่องจากเป็นบริษัทที่เป็นที่รู้จัก จะประสานงานกับผู้นำชุมชน เลือกพื้นที่ชุมชนแออัด มีการเตรียมความพร้อมโดยอาสาสมัครของชุมชน ในการคัดแยกอาหาร จัดหมวดหมู่อาหารเมื่อรถของ SOS มาถึง ซึ่งในพื้นเขตลาดพร้าวมี 3ชุมชนที่จะมารับอาหาร โดยมีวันนัดคืออังคารและพฤหัส
**อาสาสมัครฯช่วยให้อาหารถึงกลุ่มผู้เปราะบาง

อริสรา สีหมากเปี่ยม ชาวลาดพร้าว วัย36 ปี บอกว่า อาหารที่มาแจกช่วยแบ่งเบาภาระครอบครัวให้เธอได้มาก เพราะเธอเป็นตกงาน และมีลูกกำลังเรียนม.1 สามีทำงานคนเดียว ซึ่งกับข้าวที่ได้จากครัวชุมชนจะแบ่งไว้ทานได้ 2 มื้อในครอบครัว โดยจะนำปิ่นโตมารับอาหารด้วยทุกครั้ง

พื้นที่กรุงเทพมีกลุ่มผู้เปราะบาง ไม่ว่าจะผู้พิการ เด็ก คนแก่ ผู้มีรายได้น้อย ค่าครองชีพที่แพงขึ้น คนกลุ่มนี้ยิ่งอยู่อย่างลำบาก ขณะเดียวอาหารถถูกทิ้งเป็นขยะเกิดภาวะโลกร้อน จำเป็นต้องจูนให้คนที่จะทิ้งและคนที่ต้องการอาหารมาเจอกัน
พรประไพ เสือเขียว



