จากกรณีที่กรมราชทัณฑ์ได้ควบคุมตัวนายเชาวลิต ทองด้วง หรือ เสี่ยแป้ง นาโหนด อายุ 41 ปี ผู้ต้องขังคดีอุกฉกรรจ์ คดีความผิดฐานปล้นทรัพย์ ความผิดต่อเสรีภาพ และ พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ กำหนดโทษ 20 ปี 16 เดือน ปัจจุบันถูกควบคุมตัวอยู่ที่เรือนจำกลางบางขวาง ซึ่งเป็น 1 ใน 5 เรือนจำความมั่นคงสูงของประเทศไทย กระทั่งวันที่ 23 เม.ย. 69 ปรากฏกระแสข่าวว่า นายเชาวลิต ได้มีการให้ญาติแอบอัดคลิปเสียงสนทนาระหว่างการเยี่ยมญาติออนไลน์ผ่านวิดีโอคอลไลน์ ซึ่งได้มีการกล่าวอ้างถึง 3 ประเด็นสำคัญ เพื่อเรียกร้องสิทธิผู้ต้องขัง เช่น การถูกเจ้าหน้าที่เรือนจำฯ กลั่นแกล้งทางคดี, ขอความเป็นธรรมต่อกระทรวงยุติธรรม ว่ายังมีผู้ต้องขังเด็ดขาดเสียสิทธิทางคดีจำนวนมาก จากการถูกกลั่นแกล้ง และร้องเรียนเรื่องเจ้าหน้าที่เรือนจำฯ ปล่อยให้ผู้ต้องขังเล่นคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือ ต่อมา พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ได้สั่งการให้ นายปราโมทย์ ทองศรี ผู้บัญชาการเรือนจำกลางบางขวาง จัดทำรายงานเหตุทุกประเด็นที่เกิดขึ้นรายงานไปยังกรมราชทัณฑ์ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง และให้ความเป็นธรรมกับผู้ร้องและผู้ถูกร้อง ก่อนมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไปนั้น

ล่าสุดเมื่อวันที่ 24 เม.ย. “ทีมข่าวอาชญากรรมเดลินิวส์” ดำเนินการตรวจสอบและรวบรวมรายละเอียดการเยี่ยมญาติผ่านไลน์ของกรมราชทัณฑ์ ซึ่งปกติแล้วการเยี่ยมญาติผู้ต้องขังสามารถดำเนินการได้ 2 แบบ คือ เยี่ยมญาติที่เรือนจำฯ และเยี่ยมญาติผ่านวิดีโอคอลไลน์ ซึ่งในปัจจุบันนี้ทางกรมราชทัณฑ์ได้มีการเชิญชวนเยี่ยมผู้ต้องขังผ่านแอปพลิเคชันไลน์ เพื่อลดเดินทาง ประหยัดพลังงานหนุนมาตรการภาครัฐ ขานรับนโยบายของรัฐบาลในการลดการใช้พลังงาน เพื่อรองรับสถานการณ์ราคาพลังงานโลกที่มีความผันผวนและบรรเทาผลกระทบต่อเศรษฐกิจและค่าครองชีพของประชาชน โดยยกระดับมาตรการประหยัดพลังงานในหน่วยงาน พร้อมเชิญชวนญาติผู้ต้องขังใช้ช่องทางการเยี่ยมผ่านระบบออนไลน์ แทนการเดินทางมายังเรือนจำฯ นอกจากนี้ ยังเล็งเห็นถึงความสำคัญของการอำนวยความสะดวกแก่ญาติผู้ต้องขัง ควบคู่กับการลดการใช้พลังงาน จึงส่งเสริมการเยี่ยมญาติผ่านแอปพลิเคชันไลน์ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย ซึ่งการเยี่ยมผ่านระบบออนไลน์ดังกล่าว ไม่เพียงช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางของญาติผู้ต้องขัง แต่ยังช่วยลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง ลดการปล่อยพลังงาน และมีส่วนร่วมในการสนับสนุนมาตรการประหยัดพลังงานของประเทศ อีกทั้งยังคงสามารถส่งต่อความรัก ความห่วงใยถึงผู้ต้องขังได้อย่างต่อเนื่อง

สำหรับขั้นตอนการปฏิบัติเยี่ยมญาติทางไลน์ ผู้เข้าเยี่ยมต้องเป็นญาติที่มีชื่อในบัญชีผู้เข้าเยี่ยมไว้ และมีการลงทะเบียนล่วงหน้าผ่าน LINE Official ของเรือนจำฯ พร้อมส่งเอกสารยืนยันตัวตน อาทิ บัตรประชาชน หรือหลักฐานความสัมพันธ์ จากนั้นรอเจ้าหน้าที่ตรวจสอบและอนุมัติจึงจะสามารถเลือก วัน–เวลา เข้าเยี่ยมตามรอบที่กำหนด ทั้งนี้ มีข้อกำหนดสำคัญ คือ การเยี่ยมทางวิดีโอคอลไลน์ 1 ครั้ง ในส่วนของญาติ ต้องให้เห็นเพียงใบหน้าญาติที่แจ้งเยี่ยมไว้เท่านั้น ไม่สามารถให้บุคคลที่ 2 หรือ 3 เข้ามาในเฟรมหน้าจอได้ อีกทั้งส่วนใหญ่จะใช้เวลาการเยี่ยมไม่เกิน 10 นาทีต่อครั้ง และนอกจากนี้ ในส่วนของกฎและระเบียบ ต้องแต่งกายสุภาพ และอยู่ในสถานที่ที่เหมาะสม ห้ามบันทึกภาพ วิดีโอ หรือไลฟ์สด ห้ามเผยแพร่ลิงก์หรือรหัสเข้าเยี่ยมให้ผู้อื่น ห้ามใช้คำหยาบ หรือแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสม ทั้งนี้ เป็นไปตามความเหมาะสมและความพร้อมของเรือนจำ/ทัณฑสถานนั้น ๆ เป็นสำคัญ

10 เงื่อนไขการเยี่ยมญาติทางวิดีโอคอลไลน์ ประกอบด้วย 1.ผู้ที่จะทำการเยี่ยมต้องเป็นผู้มีสิทธิเยี่ยมตามรายชื่อ 10 คน ที่ผู้ต้องขังแจ้งไว้ และญาติจะต้องเคยลงทะเบียนยืนยันตัวตนที่หน้าเรือนจำก่อนอย่างน้อยหนึ่งครั้ง เพื่อให้ข้อมูลอยู่ในระบบ 2.ห้ามมิให้ผู้อื่นเข้าร่วมการสนทนาในระหว่างการเยี่ยมโดยเด็ดขาด 3.การแต่งกายต้องสุภาพเรียบร้อย ใช้วาจาสุภาพเรียบร้อยในการสนทนา ไม่กระทำการหรือส่งสัญญาณใด ๆ ที่ส่งผลต่อการควบคุมความสงบเรียบร้อยของเรือนจำ และไม่กระทำการอนาจารใด ๆ 4.ต้องอยู่ในสถานที่ที่เหมาะสมกับการสนทนา และยินยอมให้ตรวจสอบสถานที่โดยรอบก่อนการสนทนา 5.ห้ามมิให้สนทนาในเรื่องที่ขัดต่อกฎหมาย หรือขัดต่อหลักศีลธรรมอันดีงามของสังคม 6.ขณะเยี่ยมผู้ต้องขังต้องใช้วาจาที่สุภาพเรียบร้อย ไม่ส่งสัญญาณใด ๆ ที่จะส่งผลกระทบต่อการควบคุม และความสงบเรียบร้อยของเรือนจำ 7.เปิดทำการเยี่ยมทุกวัน เว้นวันหยุดราชการ เวลาในการเยี่ยมครั้งละไม่เกิน 10 นาที 8.ห้ามบันทึกภาพหรือวิดีโอขณะสนทนาโดยเด็ดขาด หากฝ่าฝืนเรือนจำจะดำเนินคดีตามกฎหมาย 9.เจ้าหน้าที่ขอสงวนสิทธิ์ในการตัดสินใจดำเนินการใด ๆ ตามความเหมาะสมเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยในการเยี่ยมญาติผ่านทางไลน์ และ 10.ผู้ต้องขังที่รับการเยี่ยม ต้องไม่อยู่ในระหว่างการสอบสวนทางวินัย ถูกลงโทษทางวินัย หรือถูกกักกัน.