นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 21 พ.ค. สำนักงาน กสทช. ได้ร่วมกับตำรวจไซเบอร์ กรมศุลกากร กรมสรรพสามิต และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ได้เข้าตรวจค้นขบวนการลักลอบจำหน่ายวิทยุสื่อสาร และอุปกรณ์โทรคมนาคมผิดกฎหมายรายใหญ่ ในคลังสินค้าหลายจุดในพื้นที่ อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สุมทรปราการ พบของกลางเป็นวิทยุสื่อสาร เครื่องรับ-ส่งสัญญาณ และอุปกรณ์ดัดแปลงที่ไม่ได้ผ่านการรับรองมาตรฐาน จำนวนมาก รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 20 ล้านบาท

“การจับกุมในครั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่สำนักงาน กสทช. ได้ตรวจพบร้านค้าบนแพลตฟอร์มออนไลน์มีการโฆษณาขายวิทยุสื่อสารราคาถูกผิดปกติ โดยไม่มีใบอนุญาตให้จำหน่ายเครื่องวิทยุคมนาคมจากสำนักงาน กสทช. จึงได้ทำการสืบสวนขยายผลจนพบโกดังจัดเก็บสินค้าขนาดใหญ่ โดยพบเครื่องวิทยุคมนาคมที่ไม่ผ่านการตรวจรับรองมาตรฐานจากสำนักงาน กสทช. กล่องรับสัญญาณโทรทัศน์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต และมีการปลอมแปลงสติ๊กเกอร์ครุฑรับรองมาตรฐานของสำนักงาน กสทช. ที่ก่อให้เกิดการรบกวนคลื่นความถี่อื่น นอกจากนี้ เครื่องวิทยุคมนาคมดังกล่าวยังละเมิดลิขสิทธิ์สินค้าที่ถูกต้องตามกฎหมาย”

 นายไตรรัตน์ กล่าวต่อว่า  วิทยุสื่อสารเป็นอุปกรณ์ที่ใช้คลื่นความถี่ ที่ต้องมีการควบคุมเพื่อไม่ให้เกิดการรบกวนกัน การครอบครองหรือใช้งานอุปกรณ์ที่ผิดกฎหมายมีบทลงโทษรุนแรงตามพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 หากมีการนำเข้า จำหน่าย หรือผลิตโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนผู้ที่ครอบครอง หรือใช้เครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับใบอนุญาต มีโทษปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ เช่นกัน ดังนั้นประชาชนทั่วไป หรือผู้ประกอบการที่ซื้อวิทยุสื่อสารเถื่อนมาใช้งาน แม้จะอ้างว่าไม่ทราบว่าเป็นของผิดกฎหมาย แต่ในทางกฎหมายถือว่ามีความผิดฐาน “มีและใช้เครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต” ทันที ดังนั้น จึงจำเป็นต้องเลือกซื้อวิทยุสื่อสารให้ถูกกฎหมาย เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของกลุ่มมิจฉาชีพและเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดี 

โดยสำนักงาน กสทช. ขอให้ประชาชนยึดหลักตรวจสอบก่อนซื้อ ดังนี้  1. เลือกซื้อจากร้านค้าที่น่าเชื่อถือ ผู้ประกอบการมีหน้าร้านชัดเจน หรือร้านค้าออนไลน์ที่มีการจดทะเบียนพาณิชย์ และมีใบอนุญาต นำเข้า หรือค้าซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคม จาก กสทช. แสดงให้เห็นชัดเจน

  2. สังเกตเครื่องหมายรับรองจาก กสทช. (NBTC ID) วิทยุสื่อสารที่ถูกกฎหมายต้องผ่านการตรวจสอบมาตรฐานและมีตราสัญลักษณ์ กสทช. พร้อมรหัสหมายเลขการรับรอง (เช่น Class A/B XXXX-XX-XXXX) ตัวเลขนี้สามารถนำไปตรวจสอบในระบบของ กสทช. ได้

  3. ประชาชนทั่วไป หรือร้านค้า ต้องใช้วิทยุสื่อสารประเภทเครื่องแดง (CB) ความถี่ 245 MHz หรือ 78 MHz เท่านั้น โดยเครื่องต้องมีกำลังส่งไม่เกิน 5 วัตต์ และต้องขอใบอนุญาตมีและใช้ 

 และ 4. หลีกเลี่ยงสินค้าที่ราคาถูกเกินจริง หรือราคาต่ำกว่าท้องตลาดมากๆ มักเป็นเครื่องวิทยุสื่อสารที่หนีภาษีและไม่ได้มาตรฐาน เสี่ยงต่อการระเบิดของแบตเตอรี่และสร้างคลื่นรบกวนการใช้ความถี่อื่น

 ทั้งนี้ สำนักงาน กสทช. ขอกำชับให้แพลตฟอร์มออนไลน์จะต้องตรวจสอบร้านค้าภายใต้แพลตฟอร์มออนไลน์ของท่าน โดยห้ามมิให้มีการจำหน่ายเครื่องวิทยุสื่อสารที่ไม่ผ่านการตรวจรับรองมาตรฐาน หรือห้ามมิให้ร้านค้าที่ยังไม่ได้รับใบอนุญาตให้จำหน่ายจากสำนักงาน กสทช. จำหน่ายเครื่องวิทยุสื่อสารไม่ถูกกฎหมายอย่างเด็ดขาด หากพบการกระทำดังกล่าวแพลตฟอร์มออนไลน์ดังกล่าวอาจมีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนให้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498