สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงลอนดอน ประเทศสหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 5 ก.ค. ว่าเซอร์เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร แถลงหน้าบ้านเลขที่ 10 ดาวนิงสตรีท หลังรับพระราชทานพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ด้วยการยกย่องนายริชี ซูแน็ก อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้นำเชื้อสายเอเชียคนแรกในประวัติศาสตร์ของประเทศ
Sir Keir Starmer pays tribute to the “dedication and hard work” Rishi Sunak brought to his leadership
— BBC Politics (@BBCPolitics) July 5, 2024
“His achievement as the first British-Asian prime minister of our country, the extra effort that would have required should not be underestimated”
https://t.co/g1XyptbGZT pic.twitter.com/wkx2GQCR2d
“Have no doubt that the work of change begins immediately”
— BBC Politics (@BBCPolitics) July 5, 2024
UK PM Sir Keir Starmer says his new government will “rebuild Britain” in his first speech outside Downing Street
https://t.co/g1XyptbGZT pic.twitter.com/yP4jw7tumj
“Public service is a privilege”
— BBC Breaking News (@BBCBreaking) July 5, 2024
UK PM Sir Keir Starmer says his government will “treat every single person in this country with respect”https://t.co/YZZp0G9uay pic.twitter.com/bnYR5fmxux
เซอร์ สตาร์เมอร์ กล่าวถึงผลการเลือกตั้งทั่วไป ซึ่งพรรคแรงงานได้รับชัยชนะอย่างถล่มทลาย กลับมาเป็นรัฐบาลได้ครั้งแรกในรอบ 14 ปี และพรรคอนุรักษนิยมพบกับความปราชัยครั้งประวัติศาสตร์ ให้กับพรรคอนุรักษนิยม ว่าเป็นการส่งเสียงของชาวสหราชอาณาจักร “ต้องการความเปลี่ยนแปลง” และบ้านเมือง “กำลังเหนื่อยล้า”

ขณะเดียวกัน เซอร์ สตาร์เมอร์ ให้คำมั่น การเป็นนายกรัฐมนตรีของชาวสหราชอาณาจักรทุกคน ยืนยันการฟื้นฟูและการปฏิรูป “แต่ต้องใช้เวลา” เนื่องจากต้องเป็นการปรับปรุงและแก้ไขอย่างละเอียด “ในทุกจุด” โดยพร้อมทำงานร่วมกับฝ่ายค้านจากพรรคอนุรักษนิยม และทิ้งท้ายด้วยการเรียกร้องความสมานฉันท์ และการร่วมกันพัฒนา ระหว่างอังกฤษ สกอตแลนด์ เวลส์ และไอร์แลนด์เหนือ

ทั้งนี้ ผลอย่างไม่เป็นทางการ ของการเลือกตั้งทั่วไปของสหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 4 ก.ค. ที่ผ่านมา หลังซูแน็กยุบสภา เมื่อปลายเดือน พ.ค. นับคะแนนไปแล้ว 99% ปรากฏว่า พรรคแรงงานได้รับการเลือกตั้งอย่างน้อย 412 ที่นั่ง จากทั้งหมด 650 ที่นั่ง ในสภาสามัญ ครองเสียงข้างมากอย่างเด็ดขาดและเพียงพอจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียว
ด้านพรรคอนุรักษนิยมได้รับการเลือกตั้งอย่างน้อย 121 ที่นั่ง เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ของพรรค และส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนขั้วการเมืองในรอบ 14 ปีของสหราชอาณาจักร โดยพรรคแรงงานกลับมาเป็นรัฐบาลครั้งแรก นับตั้งแต่สิ้นสุดยุครัฐบาลของนายกอร์ดอน บราวน์ เมื่อปี 2553.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



