สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 10 ก.ค. ว่านายคิม คี-ดัก สมาชิกสภาเทศบาลกรุงโซล อ้างว่า การมีส่วนร่วมของผู้หญิงในการทำงาน ที่เพิ่มขึ้นตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทำให้ผู้ชายหางานทำได้ยากขึ้น และหาผู้หญิงที่ต้องการแต่งงานได้ยากขึ้น ซึ่งเมื่อเร็ว ๆ นี้ประเทศนี้เริ่มเปลี่ยนแปลงไปสู่สังคมที่ครอบงำโดยผู้หญิง และพวกเขาอาจมีส่วนรับผิดชอบต่อความพยายามฆ่าตัวตายของผู้ชายที่เพิ่มขึ้น

เกาหลีใต้เป็นหนึ่งในประเทศซึ่งมีอัตราการฆ่าตัวตายสูงที่สุด ในบรรดาประเทศร่ำรวยของโลก และมีสถิติด้านความเท่าเทียมทางเพศเลวร้ายที่สุดแห่งหนึ่งด้วย

ทั้งนี้ นายคิม ซึ่งเป็นสมชิกพรรคประชาธิปไตย วิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับสถิติความพยายามฆ่าตัวตายที่สะพานข้ามแม่น้ำฮัน ในกรุงโซล ซึ่งรายงานที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ทางการของสภาเทศบาล แสดงให้เห็นว่า การพยายามฆ่าตัวตายริมแม่น้ำเพิ่มขึ้นจาก 430 ครั้งในปี 2561 เป็น 1,035 ครั้ง เมื่อปี 2566 และในบรรดาผู้ที่พยายามฆ่าตัวตาย สัดส่วนที่เป็นผู้ชายเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 67 เป็นร้อยละ 77

ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านการป้องกันการฆ่าตัวตาย แสดงความกังวลเกี่ยวกับรายงานของนายคิม “การกล่าวอ้างเช่นนี้โดยไม่มีหลักฐานเพียงพอ ถือว่าอันตรายและไม่ฉลาด” ศ.ซง ฮาน ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต แห่งมหาวิทยาลัยยอนเซ กล่าว พร้อมชี้ให้เห็นว่า ผู้ชายทั่วโลกเสียชีวิตมากกว่าผู้หญิงในหลายประเทศ รวมไปถึงในสหราชอาณาจักร ซึ่งการฆ่าตัวตายเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตในผู้ชายอายุต่ำกว่า 50 ปี

อย่างไรก็ตาม ศ.ซงกล่าวว่า เหตุผลที่อยู่เบื้องหลังความพยายามฆ่าตัวตายของผู้ชายในกรุงโซล จำเป็นต้องได้รับการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ และเป็นเรื่องที่น่าเสียใจอย่างยิ่ง ที่นักการเมืองอ้างถึงความขัดแย้งทางเพศ เพราะเกาหลีใต้มีช่องว่างระหว่างจำนวนชายและหญิงที่ทำงานเต็มเวลา ผู้หญิงต้องทำงานชั่วคราวหรืองานนอกเวลาอย่างไม่เป็นสัดส่วน แม้ช่องว่างค่าจ้างระหว่างเพศกำลังแคบลงอย่างช้า ๆ แต่ผู้หญิงยังคงได้รับค่าจ้างน้อยกว่าผู้ชาย โดยเฉลี่ยร้อยละ 29

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ขบวนการต่อต้านแนวคิดสตรีนิยมในเกาหลีใต้เพิ่มสูงขึ้น นำในกลุ่มประชากรชาย ซึ่งอ้างว่าพวกเขาเสียเปรียบจากความพยายามเพิ่มความเท่าเทียมของสตรี ด้านสังคมออนไลน์เกาหลีใต้บนแพลตฟอร์มเอ็กซ์ ประณามการให้ข้อมูลของนายคิม ว่า “ไม่มีเหตุผลและเกลียดชังผู้หญิง” และยังมีการวิจารณ์ว่า นักการเมืองผู้นี้ “อาศัยอยู่บนจักรวาลคู่ขนานหรือไม่”

ทั้งนี้ นายคิมชี้แจงว่า เขาไม่ได้ตั้งใจวิพากษ์วิจารณ์สังคมที่ถูกครอบงำโดยผู้หญิง เพียงแต่ให้มุมมองส่วนตัวเกี่ยวกับผลที่ตามมาบางประการเท่านั้น มีจุดมุ่งหมายเพื่อจัดการกับปัญหาสังคม เร่งด่วนที่สุดของเกาหลีใต้ รวมไปถึงความเจ็บป่วยทางจิต, ความรุนแรงทางเพศ และอัตราการเกิดซึ่งต่ำที่สุดในโลก

ปัจจุบัน นักการเมืองหญิงมีสัดส่วนร้อยละ 20 ของสมาชิกรัฐสภาเกาหลีใต้ และร้อยละ 29 ของสมาชิกสภาท้องถิ่นทั้งหมด ด้านสภาเทศบาลกรุงโซลออกแถลงการณ์ ว่าไม่มีนโยบายตรวจสอบ สิ่งที่นักการเมืองเผยแพร่บนเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ เว้นแต่เนื้อหาจะผิดกฎหมาย และระบุว่าบุคคลนั้นต้องรับผิดชอบต่อเนื้อหาของตนแต่เพียงผู้เดียว และจะต้องเผชิญกับผลที่ตามมา ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES