จากกรณี เรือประมงไทย 4 ลำ ลูกเรือทั้งหมด 19 ราย ถูกทางการมาเลเซีย จับกุมในข้อหา “ผ่านน่านน้ำภายในโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามมาตรา 16 (3) Akta Perikanan 1985” เมื่อวันที่ 3 ก.ค. ที่ผ่านมา ต่อมา ร.อ.ธรรมนัส  พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ ประสานสำนักงานประสานงานชายแดนไทยมาเลเซีย ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 4 ผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ กองทัพเรือภาคที่ 3 และหน่วยงานในพื้นที่ให้เร่งให้การช่วยอย่างเต็มที่ ก่อนจะได้รับการปล่อยตัวเมื่อวันที่ 5 ก.ค. ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

เกี่ยวกับความคืบหน้าในเรื่องดังกล่าว นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง เปิดเผยหลังได้รับการรายงานจากนายจรูญศักดิ์ เพชรศรี  ผู้ตรวจราชการกรม ว่า เมื่อเวลา 08.00 น. เรือประมงไทยที่ถูกจับกุมไป ทั้ง 4 ลำ ประกอบด้วย เรือทรัพย์รุ่งเจริญชัย 31 เรือลูกเจี๊ยบ 89 เรือ ล.ทวีทรัพย์ 29 และเรือวีระประมง 999 ซึ่งมีลูกเรือทั้งหมด 19 คน ได้เดินทางกลับถึงท่าเทียบเรือประมงสงขลา 2 ท่าสะอ้าน จังหวัดสงขลา แล้ว โดยกรมประมง พร้อมด้วยสหวิชาชีพ ทั้ง 4 หน่วยงาน ประกอบด้วย กรมประมง กรมเจ้าท่า กรมการจัดหางาน และกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ได้ดำเนินการตรวจเรือ ตามมาตรการแจ้งเข้าแจ้งออกเรือประมง PIPO จากการสอบถามลูกเรือ ทั้งหมดมีกำลังใจดี และกล่าวขอบคุณทางการไทยที่ได้ให้การช่วยเหลืออย่างทันท่วงที

สำหรับกรณีดังกล่าว เรือประมงทั้งหมดซึ่งได้รับอนุญาตให้ทำการประมงในฝั่งอันดามัน ได้เดินทางออกจากภูเก็ต เพื่อจะมาทำการประมงในฝั่งอ่าวไทย เมื่อช่วงวันที่ 3 ก.ค. เรือประมงทั้ง 4 ลำ มีความประสงค์ที่จะเดินทางผ่านน่านน้ำมาเลเซีย เพื่อเข้าสู่พื้นที่ทะเลอ่าวไทย จังหวัดสงขลา แต่เนื่องจากช่วงดังกล่าวประสบกับคลื่นลมแรง และเรือเครื่องยนต์ขัดข้อง เป็นเหตุให้เรือถูกซัดเข้าไปในเขตน่านน้ำประเทศมาเลเซีย ณ บริเวณเกาะติโอมัน จึงถูกหน่วยยามฝั่งมาเลเซีย เข้าควบคุม ซึ่งเมื่อทางกองทัพเรือได้รับการแจ้งขอความช่วยเหลือมา จึงได้มีการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด อาทิ กรมประมง ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) และสำนักงานประสานงานชายแดนไทยมาเลเซีย ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 4 ฯลฯ เพื่อเร่งให้การช่วยเหลือเป็นการด่วน

กรมประมงจึงได้แจ้ง รมว.เกษตรและสหกรณ์ ให้ทราบ ก่อนสั่งการให้กรมประมงได้เร่งตรวจสอบข้อมูลเส้นทางการเดินเรือจากระบบติดตามเรือ VMS จากศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังการทำการประมง (Fisheries Monitoring Center : FMC) และข้อมูลการแจ้งออก จากศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้าออกเรือประมง ของกรมประมง ซึ่งจากเอกสารแจ้งออกมีการกำหนดวัตถุประสงค์กลับภูมิลำเนา ข้อมูลเอกสารการขอย้ายเรือข้ามฝั่งของเรือทั้ง 4 ลำ อย่างชัดเจน จึงสามารถใช้เป็นหลักฐานยืนยันถึงพฤติการณ์การเดินเรือและการทำการประมงของเรือทั้ง 4 ลำ ที่ชี้ชัดว่าการรุกล้ำน่านน้ำเข้าไปในมาเลเซียนั้น เกิดจากเหตุสุดวิสัย ไม่ได้เกิดจากความตั้งใจกระทำความผิด

ต่อมา จึงได้รีบประสานไปยังสำนักงานประสานงานชายแดนไทยมาเลเซีย ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 4  ผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ กองทัพเรือภาคที่ 3 และหน่วยงานในพื้นที่ให้เร่งให้การช่วยเหลือโดยด่วน จนกระทั่งทางการมาเลเซียยอมปล่อยตัวแรงงานและเรือทั้งหมด เมื่อวันที่ 5 ก.ค. และได้ส่งกลับมายังประเทศไทยเมื่อวันที่ 8 ก.ค. ที่ผ่านมา จากเหตุการณ์ในครั้งนี้ ชี้ให้เห็นถึงประสิทธิภาพของการทำงานของศูนย์ FMC ที่จะมีการติดตามเฝ้าระวังการทำการประมงแบบเรียลไทม์ ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ หรือ เจ้าของเรือสามารถตรวจสอบและติดตามการเดินเรือได้ หากเกิดเหตุการณ์ใด ๆ เกิดขึ้น ก็สามารถเข้าช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว