นายจักรกฤษณ์ อุไรรัตน์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านกิจการองค์กร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การขยายตัวของภัยไซเบอร์ที่มีรูปแบบหลากหลาย และส่งผลกระทบต่อประชาชนชาวไทย ทรู คอร์ปอเรชั่น มิได้นิ่งนอนใจ โดยบริษัทได้ร่วมสนับสนุนทุกมาตรการภาครัฐในการแก้ไขปัญหาภัยคุกคามจากมิจฉาชีพออนไลน์มาโดยตลอด โดยล่าสุด ได้ยกระดับมาตรการเชิงรุกขึ้นเป็นวาระสำคัญของบริษัท ด้วยการนำทรัพยากรทั้งบุคคลและเทคโนโลยีมาใช้ในการป้องกันและแก้ไขมิให้มีการนำซิมและเลขหมายไปใช้เป็นเครื่องมือประกอบอาชญากรรมทางไซเบอร์ ที่อาจส่งผลกระทบโดยตรงกับระบบเศรษฐกิจของประเทศ

“มาตรการเชิงรุกที่นำมาใช้ครอบคลุมทั้งมาตรการการขายที่เข้มงวดรัดกุมขึ้นต้องลงทะเบียนซิมทันที และยังได้ดึงเทคโนโลยี AI และ Data Analytic เข้ามาตรวจสอบและประมวลผลการลงทะเบียนซิมที่มีความเสี่ยงต่อการนำไปใช้ในทางที่ไม่ถูกต้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ และได้หยุดกระจายซิมดังกล่าวในท้องตลาด ซึ่งคาดว่าจะส่งผลให้มีการลดจำนวนซิมที่อาจจะถูกนำไปใช้ในทางผิดกฎหมายได้สูงถึง 500,000 ซิมต่อปี อีกทั้ง ยังนำเทคโนโลยี AI และ Data Analytic วิเคราะห์พฤติกรรมการใช้งานซิมและเลขหมาย เพื่อกำหนดแพ็กเกจการใช้งานที่ไม่เอื้อต่อกลุ่มมิจฉาชีพในการนำไปใช้หลอกลวงหรือก่ออาชญากรรมทางไซเบอร์  

นายจักรกฤษณ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังได้เพิ่มมาตรการคุมเข้มในการทำงานร่วมกับคู่ค้ารายย่อย โดยกำหนดข้อปฏิบัติที่ชัดเจนในการตรวจสอบและลงทะเบียนซิม หากพบว่ามีการฝ่าฝืนข้อกำหนด บริษัทจะดำเนินมาตรการที่เริ่มจากการตักเตือน ลดค่าตอบแทนการขาย และยกเลิกการเป็นคู่ค้าในที่สุด โดยล่าสุดเราได้มีการยกเลิกไปแล้วกว่า 500 ราย มาตรการเหล่านี้ออกแบบมาเพื่อป้องกันการนำซิมไปใช้งานในทางที่ผิด และเพื่อความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าทั้งทรูและดีแทค ยิ่งไปกว่านั้น ยังทำงานใกล้ชิดกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยทันทีที่พบว่า มีกลุ่มบุคคลที่อาจเป็นมิฉฉาชีพเข้ามาขอซื้อซิมกับร้านค้าภายในห้างสรรพสินค้า ก็จะทำการติดต่อแจ้งเบาะแสกับทางตำรวจ เพื่อให้ดำเนินการต่อได้ทันท่วงที

“มั่นใจว่ามาตรการเชิงรุกนี้ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการลงทะเบียนซิม ป้องกันมิจฉาชีพนำซิมและเลขหมายไปใช้งานในทางที่ผิดกฎหมาย และลดจำนวนภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่ประชาชนต้องเผชิญอยู่ในปัจจุบัน ช่วยลดภาระงานของเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางไซเบอร์ อีกทั้งจะส่งผลต่อการเติบโตของลูกค้าที่มีคุณภาพ และทำให้อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจดิจิทัลดีขึ้นตามไปด้วย” นายจักรกฤษณ์ กล่าว