สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากเมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 12 ก.ค. ว่า การปะทะกันระหว่างกองทัพเมียนมา กับพันธมิตรของกลุ่มนักรบชาติพันธุ์ ทำลายข้อตกลงสงบศึกที่มีรัฐบาลปักกิ่งเป็นคนกลาง เมื่อเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา
แม้การหยุดยิงช่วยระงับการสู้รบในวงกว้างเป็นเวลาสั้น ๆ ทางตอนเหนือของเมียนมา นับตั้งแต่การรัฐประหาร ทำให้การปกครองระบอบประชาธิปไตยของประเทศ สิ้นสุดลงในปี 2564 แต่หลังจากนั้น ทั้งสองฝ่ายก็กลับมาต่อสู้กันอย่างดุเดือด
The regime appears to be stepping up its attacks on civilian targets as it continues to lose ground, according to UN rapporteur Tom Andrews
— Myanmar Now (@Myanmar_Now_Eng) July 11, 2024
Read More : https://t.co/CwqEjozx7Z#Myanmar
“รัฐบาลทหารตกเป็นรอง พวกเขากำลังสูญเสียกำลังพล, สูญเสียสิ่งอำนวยความสะดวกทางทหาร และสูญเสียความได้เปรียบ” แอนดรูว์ส กล่าวระหว่างการบรรยายสรุปต่อหน่วยงานความมั่นคงแห่งชาติของไทย ซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านของเมียนมา “มันดูเหมือนว่า รัฐบาลทหารพยายามทำลายประเทศที่พวกเขาควบคุมไม่ได้”
แอนดรูว์ส กล่าวเพิ่มเติมว่า กองทัพเมียนมาตอบสนองต่อความสูญเสียด้วยการโจมตีพลเรือน โดยในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา มีการโจมตีโรงเรียน, โรงพยาบาล และวัดหลายแห่งเพิ่มขึ้นอย่างมาก
อนึ่ง รัฐฉาน ทางตอนเหนือของเมียนมา ได้รับผลกระทบจากการสู้รบมาตั้งแต่ช่วงปลายเดือนที่แล้ว เมื่อกองกำลังนักรบชาติพันธุ์กลับมาเปิดฉากโจมตีกองทัพอีกครั้ง ซึ่งในสัปดาห์นี้ ฝ่ายนักรบชาติพันธุ์สามารถยึดเมืองเหล่าโฉ่ หนึ่งในเมืองการค้าสำคัญ และตั้งอยู่บนเส้นทางหลวงสายหลักของเมียนมาได้สำเร็จ.
เครดิตภาพ : AFP



