สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองมิลวอกี รัฐวิสคอนซิน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 16 ก.ค. ว่า นายไมค์ จอห์นสัน ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ กล่าวต่อที่ประชุมใหญ่แห่งชาติของพรรครีพับลิกัน ว่านายโดนัลด์ ทรัมป์ ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ ในฐานะตัวแทนพรรครีพับลิกัน สู้ศึกเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดี ในวันที่ 5 พ.ย. ที่จะถึง
The Republican National Convention confirmed former president Donald Trump as the party's presidential nominee. pic.twitter.com/SqPywGVwZV
— CSPAN (@cspan) July 15, 2024
ทั้งนี้ ทรัมป์รวบรวมคะแนนคณะผู้เลือกตั้งได้ 2,387 เสียง มากกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำตามกฎของพรรครีพับลิกัน ซึ่งกำหนดไว้ที่อย่างน้อย 1,215 เสียง จากจำนวนคณะผู้เลือกตั้งทั้งหมด 2,429 เสียง

หลังจากนั้นไม่นาน คณะกรรมการแห่งชาติของพรรครีพับลิกัน รับรอง นายเจมส์ เดวิด แวนซ์ หรือ เจ.ดี. แวนซ์ วุฒิสมาชิกรัฐโอไฮโอ วัย 39 ปี ในฐานะผู้ลงสมัครคู่กับทรัมป์ในตำแหน่งรองประธานาธิบดี
"Senator J.D. Vance has the overwhelming support of this convention to be the next vice president of the United States." pic.twitter.com/F9zrpIpvSe
— CSPAN (@cspan) July 15, 2024
ด้านนายไมค์ ดีไวน์ ผู้ว่าการรัฐโอไฮโอคนปัจจุบัน จากพรรครีพับลิกัน แสดงความยินดีกับการได้รับเลือกของแวนซ์ และแสดงความเชื่อมั่นว่า แวนซ์มีศักยภาพเพียงพอ ในการเข้าถึงกลุ่มผู้ใช้แรงงานในสหรัฐ และชื่นชมที่ทรัมป์เลือกนักการเมืองรุ่นใหม่ ซึ่งมีอายุน้อยกว่ามาก ให้ลงสมัครคู่กันในฐานะรองประธานาธิบดี
ขณะที่นักวิเคราะห์การเมืองหลายคนมองว่า เหตุผลที่ทรัมป์เลือกแวนซ์ นอกเหนือจากความหวังในการให้เข้าถึงกลุ่มผู้ใช้แรงงาน และกลุ่มคนหนุ่มสาวในสหรัฐแล้ว แน่นอนว่าต้องเกี่ยวข้องกับการสร้างฐานคะแนนนิยมในกลุ่มรัฐสวิงสเตต ซึ่งรัฐโอไฮโอจัดเป็นหนึ่งในนั้น และครั้งสุดท้ายที่รัฐโอไฮโอเลือกตัวแทนผู้สมัครจากพรรคเดโมแครต ต้องย้อนกลับไปยังสมัยประธานาธิบดีบารัค โอบามา เมื่อปี 2555
ส่วนประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ วิจารณ์การที่ทรัมป์เลือกแวนซ์ให้ลงสมัครคู่กัน ว่านักการเมืองหนุ่มผู้นี้ “คือร่างโคลน” ของทรัมป์ และมองว่ากลุ่มชนชั้นกลางในสหรัฐจะเสียประโยชน์ เพราะทั้งคู่มีแนวคิดเดียวกัน คือ “ลดภาษีคนรวย ขึ้นภาษีคนชั้นกลาง”.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



