เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 26 พ.ค. ที่บริเวณชั้น 1 กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 2 (บก.สอท.2) ผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงความคืบหน้ากรณีคลิปอนาจารเผยแพร่ว่อนในสื่อสังคมออนไลน์เฟซบุ๊ก ว่าขณะนี้ทางตำรวจไซเบอร์สามารถระบุตัวตนได้หรือยังว่าเป็นคนไทยหรืออยู่ในประเทศไทย และจะดำเนินคดีอย่างไร

จากการตรวจสอบของสายตรวจไซเบอร์ตั้งแต่เช้าวันเสาร์ที่ 23 พ.ค. ต่อเนื่องถึงวันอาทิตย์ ซึ่งมีการตั้งข้อสังเกตว่าเหตุใดระบบ AI ของทาง Meta ถึงไม่ตรวจสอบหรือลบบัญชีดังกล่าวออกไป โดยทาง Meta ได้มีการแถลงไปแล้วเมื่อวานนี้ (25 พ.ค.) ในส่วนที่สองนี้ ทางตำรวจไซเบอร์ได้ประสานไปยังกองบังคับการตรวจสอบและวิเคราะห์อาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ตอท.) เพื่อประสานต่อยัง Meta และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ให้ทราบว่ามีคลิปลักษณะดังกล่าวเข้ามาขัดต่อมาตรฐานชุมชน (Community Standards) ของ Meta ซึ่งมีมาตรฐานครบทั้ง 6 หมวดหมู่ โดยเฉพาะเรื่องลามกอนาจารทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นคาดว่าไม่ใช่ในประเทศไทย แต่สิ่งที่สำคัญที่ควรระวังคือ คนกดดูอาจจะยังไม่เท่าไหร่ แต่คนที่กดแชร์ระวังจะเข้าข่ายผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (5) ซึ่งถ้าคนไทยเป็นนักแสดงและเป็นคนเล่นเองจะเข้าข่ายมาตรา 14 (4) ดังนั้นจึงขอเตือนว่าสิ่งที่ลามกหรือเรื่องไม่ดีอย่าไปแชร์

พล.ต.ต.นิเวศน์ อาภาวศิน รอง ผบช.สอท. เปิดเผยว่า ในส่วนของข้อมูลคาดว่าภายใน 2-3 วัน ทาง Meta จะรีบส่งข้อมูลกลับมายังเจ้าหน้าที่เพื่อให้ทราบว่าคนร้ายที่เผยแพร่คลิปมาจากประเทศไทยหรือต่างประเทศและเป็นใคร ซึ่งเชื่อว่าไม่น่าจะยากหากได้รับข้อมูลจาก Meta แล้วจะสามารถสืบสวนติดตามได้ สำหรับการขยายผลถึงคนที่นำคลิปที่มีอยู่ในไลฟ์สดไปเผยแพร่ต่อให้คนดูเยอะกว่าเดิมนั้น ทางตำรวจไซเบอร์กำลังขยายผลและเตรียมดำเนินคดีกับคนที่ไปแปะลิงก์เว็บพนันออนไลน์ด้วย ซึ่งหากเว็บพนันเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ก็จะขยายผลดำเนินการต่อ จุดนี้จะเป็นการพิสูจน์เจตนาว่าคนร้ายแท้จริงแล้วทำไลฟ์สดเพื่อเจตนาอะไร ซึ่งอาจไม่ได้เจตนาเผยแพร่คลิปอนาจารตามที่หลุดออกไป แต่อาจจะเป็นการสร้างกระแสให้คนเข้าไปดูเยอะ ๆ ไม่ว่าจะเป็นการไลฟ์สดหรือการนำคลิปวิดีโอเดิมมาฉายซ้ำเพื่อดึงยอดผู้ชม

ทั้งนี้อย่างที่ทราบในการแถลงข่าวเมื่อวานนี้ มีการทำฟิชชิ่งทำหน้าเว็บปลอมให้เข้าไปในลิงก์ต่าง ๆ เพื่อขโมยข้อมูล จึงเชื่อว่าเป็นเจตนาของมิจฉาชีพที่ตั้งใจใช้กระแสนี้ทำให้คนเข้าไปดูจำนวนมากเพื่อเปลี่ยนทิศทางไปในเรื่องการขโมยข้อมูลและเล่นพนันออนไลน์ เชื่อว่าภายในสัปดาห์นี้จะมีความคืบหน้าหลังจากได้รับข้อมูลจาก Meta ซึ่งทาง Meta ยืนยันว่าจะพยายามให้ความร่วมมือและแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ ทั้งการปรับปรุงอัลกอริทึมในการตรวจจับให้ดีขึ้นและจะรีบส่งข้อมูลกลับมาให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีโดยเร็ว

พล.ต.ต.นิเวศน์ กล่าวต่อว่า ในระหว่างที่กำลังดำเนินการ หากยังตรวจจับไม่ได้ต้องอาศัยเบาะแสจากประชาชนและรีบแจ้งไปที่ผู้ประสานงาน สำหรับวันนี้ต้องเรียนว่าทาง Meta หรือ Facebook ที่อยู่ในสิงคโปร์ ขณะนี้มีคนไทยและเคยเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย จึงเชื่อว่าความร่วมมือระหว่าง Meta และประเทศไทยจะดีและรวดเร็วแน่นอน เพียงแต่ต้องส่งข้อมูลชุดนี้ไปให้ทาง Meta พิจารณาดำเนินการ ซึ่งตอนนี้ทำงานค่อนข้างใกล้ชิดและเชื่อว่าสถานการณ์จะดีขึ้น หากมีเบาะแสขอให้รีบแจ้งมาที่เจ้าหน้าที่เพื่อให้ประสานงานต่อ

ด้าน พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผบก.สอท.1 ในฐานะรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ฝากประชาสัมพันธ์ทิ้งท้ายว่า ในแง่กฎหมายเพื่อป้องกันความสับสนเกี่ยวกับคลิปวิดีโอลามกในโลกออนไลน์ สามารถจำแนกได้ 3 ประเภท คือ 1. ประสงค์แห่งการค้า เช่น OnlyFans หรือการตั้งกลุ่มขึ้นมาแล้วเก็บเงินและโพสต์ภาพลามกอนาจาร ถือเป็นความผิดตาม ป.อาญา มาตรา 287 อัตราโทษจำคุก 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท 2. การนำเข้าข้อมูลที่เป็นลักษณะลามกเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (4) จำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท ซึ่งการนำเข้าลักษณะนี้ทำด้วยจุดประสงค์หลายรูปแบบ อาจแนบลิงก์ดูดเงิน แปะเว็บพนัน หรือแฝงโฆษณา ผู้โพสต์ย่อมมีความผิด และ 3. การแชร์หรือส่งต่อข้อมูลที่เป็นความผิดตาม 2 กรณีข้างต้น หากแชร์ออกไปก็มีความผิดเท่ากับต้นโพสต์ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ คือจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท

อย่างไรก็ตาม ต้องกล่าวว่าตำรวจไม่ได้จ้องจะจับคนแชร์ แต่ต้องจับต้นโพสต์ที่ทำให้สังคมสับสนและวุ่นวาย ดังนั้นทางตำรวจไซเบอร์จึงกำลังประสานกับกระทรวงดีอี และ Meta รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิสูจน์ทราบว่าต้นโพสต์เป็นใครและทำเพื่อจุดประสงค์อะไร นี่คือสิ่งที่เรายึดถือเป็นอันดับหนึ่งในการดำเนินงาน.