สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากเมืองซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 19 ก.ค. ว่า เน็ตฟลิกซ์ประสบความสำเร็จ ในการเพิ่มยอดสมาชิกใหม่ 8 ล้านราย เมื่อไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ ส่วนจำนวนสมาชิกสะสม เมื่อรวบรวมสถิติจนถึงไตรมาสที่สองของปีนี้ หรือระหว่างเดือน เม.ย.-มิ.ย. ที่ผ่านมา อยู่ที่ 277.7 ล้านราย
แม้กำไรสุทธิจะลดลงเหลือ 2,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 76,096 ล้านบาท) แต่รายรับของเน็ตฟลิกซ์ดีดตัวถึง 9,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 347,870 ล้านบาท) โดยตัวเลขล่าสุดถือเป็นการเติบโตของบริษัทนับตั้งแต่ปี 2566 หลังเปิดตัวระบบบริการแบบมีโฆษณา และนโยบายปราบปรามการแชร์รหัสผ่าน รวมไปถึงการยกเลิกแพ็กเกจถูกที่สุดในสหราชอาณาจักรและแคนาดา ขณะที่ในสหรัฐ เน็ตฟลิกซ์เตรียมเสนอแพ็กเกจสำหรับผู้ใช้บางราย ให้สามารถใช้งานร่วมกับสตรีมมิงคู่แข่งอย่าง พีค็อกและแอปเปิล ทีวี
เมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา ผู้ใช้งานแพ็กเกจเน็ตฟลิกซ์แบบมีโฆษณาพุ่งสูงถึง 40 ล้านรายต่อเดือนทั่วโลก คิดเป็นร้อยละ 40 ของการบริการทั้งหมด และเพิ่มขึ้นจาก 23 ล้านราย เมื่อเดือน ม.ค. 2567 สำหรับการโฆษณา เน็ตฟลิกซ์เปิดตัวแพลตฟอร์มโฆษณาของตัวเอง เพื่อให้แบรนด์ต่าง ๆ สามารถปรับข้อมูลลูกค้าให้เหมาะสม โดยไม่ต้องร่วมมือกับไมโครซอฟท์ ซึ่งได้รับการชื่นชมจากนักลงทุน ส่งผลให้หุ้นเพิ่มขึ้นร้อยละ 38 ตั้งแต่ช่วงต้นปี แม้จะมีคำเตือนถึงการชะลอตัวของยอดสมาชิก
Netflix Tops 277 Million Subscribers With Strong Q2 Gain, Beats Earnings Forecasts https://t.co/PecfSNN6xH
— Variety (@Variety) July 18, 2024
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์เตือนว่า คู่แข่งสามารถเอาชนะในบางจุด “การแข่งขันกำลังไล่ตามเน็ตฟลิกซ์ เนื่องจากการครองตลาดแสดงสัญญาณที่ลดลง” นายไมค์ พรูลซ์ รองประธานบริษัทวิจัยตลาดฟอร์เรสเตอร์ กล่าว พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงจำนวนผู้ใช้ต่อเดือนในสหรัฐที่ลดลง แต่คู่แข่งมีการเติบโต “สิ่งนี้ทำให้เน็ตฟลิกซ์ต้องเพิ่มธุรกิจโฆษณาเป็น 2 เท่าต่อไป เพื่อเป็นช่องทางในการกระจาย และเพิ่มรายได้” เขากล่าวเสริม
มากไปกว่านั้น เน็ตฟลิกซ์เตรียมขยายธุรกิจการแสดงสด และมีแผนจะออกอากาศเกมลีกฟุตบอลแห่งชาติสหรัฐ 2 นัดเป็นครั้งแรก โดยคู่แข่งของพวกเขาไม่ได้มีเพียงดิสนีย์, แอปเปิล หรือแอมะซอน แต่ยังรวมถึงแพลตฟอร์มบันเทิงที่หลากหลายอื่น ๆ อาทิ ยูทูบ, วิดีโอเกม ไปจนถึงติ๊กต็อก และช่องโทรทัศน์
ขณะที่เมื่อเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา ยูทูบ ซึ่งเป็นบริการสตรีมมิงวิดีโอชั้นนำของกูเกิล มีส่วนแบ่งตลาดวิดีโอเกือบร้อยละ 10 ขณะที่เน็ตฟลิกซ์อยู่ในอันดับที่ 2 ที่ร้อยละ 8.4
ทั้งนี้ เน็ตฟลิกซ์มีแผนหยุดรายงานจำนวนสมาชิกในปีหน้า ซึ่งนักลงทุนบางรายตีความว่าเป็นสัญญาณของปัญหาเกี่ยวกับการเติบโตในอนาคต.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES


