เมื่อวันที่ 21 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.อดิศร์ งามจิตสุขศรี ที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นายวัลลภ เกียรติวรศรีกุล ผอ.เขตสัมพันธวงศ์ นายเอกวรัญญู อัมระปาล โฆษกของกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ตรวจดูการทดลองปิดถนนแปลงนาม ซึ่งเชื่อมต่อระหว่างเยาวราชกับถนนเจริญกรุง เพื่อแก้ไขปัญหาจราจรติดขัด บริเวณถนนแปลงนาม เขตสัมพันธวงศ์

พล.ต.อ.อดิศร์ กล่าวว่า การทดลองปิดถนนแปลงนามในครั้งนี้ สำนักงานเขตสัมพันธวงศ์ ร่วมกับตำรวจ สน.พลับพลาไชย2 ดำเนินการมาเป็นสัปดาห์ที่ 4 แล้วโดยดำเนินการในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ ตั้วแต่เวลา 19.00-23.00 น. เป็นการห้ามรถทุกชนิดเข้า ยกเว้นรถฉุกเฉิน
ซึ่งจากการทดลองมานั้นพบว่า ได้ผลดี ทั้งการจราจรที่ไหลลื่นมากขึ้นในช่องเลนขวา ซึ่งในอดีตจะมีท้ายแถวยาว แต่พอเราดำเนินการปิดถนนไม่ให้เลี้ยวเข้า โดยให้ไปเลี้ยวตรงแยกราชวงศ์ซึ่งห่างไปราว 300 เมตรแทน ทำให้รถไม่ติดเนื่องด้วยมีบางคันชะลอจะเลี้ยวเข้าถนน ทั้งนี้แต่เดิมถนนแปลงนามเปิดเดินรถทางเดียว

นอกจากการจราจรจะดีขึ้นแล้ว ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เดินในเส้นทางนี้ก็ยังชื่นชอบเพราะไม่ต้องคอยระวังรถเฉี่ยวชนจนเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งก็สอดคล้องกับนโยบายของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่ต้องการให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาโดยรถไฟฟ้าใต้ดิน สามารถเดินมุ่งหน้าเข้าสู่ถนนเยาวราชได้สะดวกและปลอดภัย ส่วนร้านค้าในซอยนี้ ผู้ว่าฯ กทม.ก็ไม่ได้ให้เพิ่มจำนวนแต่ขอให้ร้านค้าตั้งร้านอยู่ในเส้นที่สำนักงานเขตกำหนด ส่วนอีกฝั่งก็อนุโลมให้ตั้งร้านได้บนทางเท้า แต่ห้ามลงถนน

พล.ต.อ.อดิศร์ กล่าวต่อไปว่า หลังจากนี้สำนักงานเขตสัมพันธวงศ์ จะมีการประเมินผลการทดลองปิดถนนและนำเสนอต่อผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พิจารณา หลังจากนั้นก็จะส่งต่อไปกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เพื่อเสนอปิดการจราจรในถนนเส้นนี้ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เนื่องจากอำนาจด้านจราจร เป็นของตำรวจ

ขณะที่ นายวัลลภ กล่าวเพิ่มว่า ขณะนี้สำนักงานเขตได้ทำหนังสือถึง ตำรวจ สน.พลับพลาไชย2 แล้ว เพื่อขอปิดถนนแปลงนามและทาง สน.ก็ดำเนินการส่งเรื่องดังกล่าวไปถึง บช.น.เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขณะนี้ก็อยู่ระหว่างการพิจารณาของทาง บช.น. ว่าจะอนุญาตหรือไม่ หากอนุญาตก็จะมีการประกาศอย่างเป็นทางการออกมาจากทางตำรวจอีกครั้ง และในระหว่างนี้ ทางสำนักงานเขตก็จะมีการทำประชาพิจารณ์อีกครั้งโดยใช้ระยะเวลาราว 7 วัน ก่อนจะสรุปผลประเมินส่งไปยังผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และยังคงทดลองปิดถนนแปลงนามในช่วงเสาร์-อาทิตย์ต่อไป

ส่วนการนับจำนวนประชาชนและนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวถนนเยาวราชนั้น พล.ต.อ.อดิศร์ ระบุว่า ปัจจุบันเราใช้การดูจากกล้องวงจรปิดของ กทม.ที่มีติดตั้งอยู่ เนื่องจากกล้องที่มีเรามีไว้เพื่อป้องกันการก่ออาชญากรรม และการกระทำผิดด้านต่างๆ หลังจากนี้คาดว่าจะมีการนำซอฟต์แวร์และ AI มาช่วยในการดูจำนวนคนมากขึ้น ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรอการส่งมอบกล้องลอตใหม่ ซึ่งคาดว่า จะนำมาติดตั้งในพื้นที่เยาวราชราว 50 ตัว เพื่อความปลอดภัยและดูความหนาแน่นของผู้ที่มาเที่ยวด้วย.



