สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงอังการา ประเทศตุรกี เมื่อวันที่ 22 ก.ค. ว่า กระทรวงการต่างประเทศตุรกีออกแถลงการณ์ ประณามนายอิสราเอล คัตซ์ รมว.การต่างประเทศอิสราเอล ว่ากำลังพยายามปกปิด “อาชญากรรมชั่วร้ายซึ่งอิสราเอลก่อขึ้นกับชาวปาเลสไตน์” ด้วยการ “เจตนาปล่อยข่าวเท็จ เนื้อหาบิดเบือน และการไม่ให้เกียรติกัน” และทิ้งท้ายว่า “การโฆษณาชวนเชื่อของอิสราเอลจะไม่มีทางได้ผล”


การตอบโต้ดังกล่าวของรัฐบาลอังการาเกิดขึ้น หลังคัตช์กล่าวว่า “ตุรกีให้ความสนับสนุนด้านการเงินและอาวุธให้แก่กลุ่มฮามาส เพื่อนำไปใช้เข่นฆ่าชาวอิสราเอล”


ทั้งนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างอิสราเอลกับตุรกีที่เคยมีแนวโน้มดีขึ้น จากการบรรลุข้อตกลงเมื่อเดือน ส.ค. 2565 ว่าจะยกระดับความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างทั้งสองประเทศ ให้กลับคืนสู่ “ระดับปกติอีกครั้ง” หลังทั้งสองประเทศเนรเทศเอกอัครราชทูตกันและกัน เมื่อปี 2561 จากความขัดแย้งเรื่องอิสราเอลใช้มาตรการรุนแรงกับชาวปาเลสไตน์ในเวลานั้น กลับมาตึงเครียดอย่างหนักอีกครั้ง จากสงครามในฉนวนกาซา โดยต่างฝ่ายต่างเรียกเอกอัครราชทูตกลับประเทศ

นอกจากนี้ ประธานาธิบดีเรเซป เทย์ยิป เออร์โดกัน ผู้นำตุรกี เรียกอิสราเอลว่า “รัฐก่อการร้าย” ขณะที่นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ผู้นำอิสราเอล ตอบโต้ด้วยการกล่าวว่า “ตุรกีสนับสนุนกลุ่มก่อการร้าย”


ขณะที่กระทรวงการค้าตุรกีออกแถลงการณ์ เมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา ใช้มาตรการจำกัดทางการค้า กับสินค้า 54 ประเภทของอิสราเอล ซึ่งรวมถึงซีเมนต์ เหล็กกล้า และแร่เหล็กสำหรับใช้ในการก่อสร้าง มาตรการดังกล่าวมีผลบังคับใช้ทันที จนกว่าอิสราเอลจะยุติปฏิบัติการทางทหารในฉนวนกาซา ซึ่งยืดเยื้อตั้งแต่วันที่ 7 ต.ค. 2566.

เครดิตภาพ : AFP