สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงอังการา ประเทศตุรกี เมื่อวันที่ 22 ก.ค. ว่า กระทรวงการต่างประเทศตุรกีออกแถลงการณ์ ประณามนายอิสราเอล คัตซ์ รมว.การต่างประเทศอิสราเอล ว่ากำลังพยายามปกปิด “อาชญากรรมชั่วร้ายซึ่งอิสราเอลก่อขึ้นกับชาวปาเลสไตน์” ด้วยการ “เจตนาปล่อยข่าวเท็จ เนื้อหาบิดเบือน และการไม่ให้เกียรติกัน” และทิ้งท้ายว่า “การโฆษณาชวนเชื่อของอิสราเอลจะไม่มีทางได้ผล”
Regarding the Social Media Post by the Israeli Foreign Minister https://t.co/uLhxVB3jOc pic.twitter.com/dnF4ReYrsD
— Turkish MFA (@MFATurkiye) July 21, 2024
การตอบโต้ดังกล่าวของรัฐบาลอังการาเกิดขึ้น หลังคัตช์กล่าวว่า “ตุรกีให้ความสนับสนุนด้านการเงินและอาวุธให้แก่กลุ่มฮามาส เพื่อนำไปใช้เข่นฆ่าชาวอิสราเอล”
.@RTErdogan, İsraillilerin öldürülmesi için, Hamas'ın terör hücrelerine silah ve para yardımında bulunuyor. İsrail İç Güvenlik Servisi Shin Bet, Zeit Üniversitesi öğrencisi olan Hamas terör hücresi elemanlarını ele geçirdi. Söz konusu hücre Hamas'ın Türkiye'deki karargahı… pic.twitter.com/3oETEvyeqC
— ישראל כ”ץ Israel Katz (@Israel_katz) July 21, 2024
ทั้งนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างอิสราเอลกับตุรกีที่เคยมีแนวโน้มดีขึ้น จากการบรรลุข้อตกลงเมื่อเดือน ส.ค. 2565 ว่าจะยกระดับความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างทั้งสองประเทศ ให้กลับคืนสู่ “ระดับปกติอีกครั้ง” หลังทั้งสองประเทศเนรเทศเอกอัครราชทูตกันและกัน เมื่อปี 2561 จากความขัดแย้งเรื่องอิสราเอลใช้มาตรการรุนแรงกับชาวปาเลสไตน์ในเวลานั้น กลับมาตึงเครียดอย่างหนักอีกครั้ง จากสงครามในฉนวนกาซา โดยต่างฝ่ายต่างเรียกเอกอัครราชทูตกลับประเทศ
นอกจากนี้ ประธานาธิบดีเรเซป เทย์ยิป เออร์โดกัน ผู้นำตุรกี เรียกอิสราเอลว่า “รัฐก่อการร้าย” ขณะที่นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ผู้นำอิสราเอล ตอบโต้ด้วยการกล่าวว่า “ตุรกีสนับสนุนกลุ่มก่อการร้าย”
ขณะที่กระทรวงการค้าตุรกีออกแถลงการณ์ เมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา ใช้มาตรการจำกัดทางการค้า กับสินค้า 54 ประเภทของอิสราเอล ซึ่งรวมถึงซีเมนต์ เหล็กกล้า และแร่เหล็กสำหรับใช้ในการก่อสร้าง มาตรการดังกล่าวมีผลบังคับใช้ทันที จนกว่าอิสราเอลจะยุติปฏิบัติการทางทหารในฉนวนกาซา ซึ่งยืดเยื้อตั้งแต่วันที่ 7 ต.ค. 2566.
เครดิตภาพ : AFP



