สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 27 ก.ค. ว่า กระทรวงยุติธรรมสหรัฐออกแถลงการณ์ ยืนยันการควบคุมตัวนายอิสมาเอล แซมบาดา การ์เซีย ซึ่งมีสมญานามว่า “เอล มาโย” หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งแก๊งซินาโลอา หนึ่งในขบวนการค้ายาเสพติดขนาดใหญ่ที่สุดของโลกจากเม็กซิโก และนายวาคีน กุซมัน โลเปซ หนึ่งในบุตรชายของนายวาคีน กุซมัน หรือ “เอล ชาโป” หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งแก๊งซินาโลอา ที่เมืองเอล ปาโซ ในรัฐเทกซัส เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา


ทั้งนี้ แซมบาดา วัย 76 ปี ขึ้นศาลแขวงของรัฐบาลกลาง ในเมืองเอล ปาโซ เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาค้ายาเสพติด ฟอกเงิน และสมคบคิดฆาตกรรม ซึ่งจำเลยให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และศาลสั่งควบคุมตัวแซมบาดาต่อ จนกว่าจะถึงกำหนดการขึ้นศาลครั้งต่อไป ในวันที่ 31 ก.ค. นี้


ขณะที่ทำเนียบขาวเผยแพร่แถลงการณ์ของประธานาธิบดีโจ ไบเดน แสดงความยินดีกับปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ ด้านประธานาธิบดีอันเดรส มานูเอล โลเปซ โอบราดอร์ ผู้นำเม็กซิโก กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ของเม็กซิโกไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับปฏิบัติการครั้งนี้ และคาดหวังว่าจะได้รับ “รายงานอย่างเป็นทางการ” จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของรัฐบาลวอชิงตัน


อนึ่ง สำนักงานปราบปรามยาเสพติดของสหรัฐ (ดีอีเอ) กำหนดรางวัลนำจับแซมบาดาสูงถึง 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 538.50 ล้านบาท)


จนถึงตอนนี้ รายละเอียดเกี่ยวกับการจับกุมบุคคลทั้งสองยังไม่เป็นที่ชัดเจน อย่างไรก็ตาม เดอะ วอลล์ สตรีท เจอร์นัล รายงานโดยอ้างแหล่งข่าว ว่าเจ้าหน้าที่ของสหรัฐวางแผนนานหลายเดือน โดยอาศัยความร่วมมือจากสมาชิกในแก๊งซินาโลอาที่แปรพักตร์ จนสามารถโน้มน้าวให้แซมบาดา และกุซมัน โลเปซ โดยสารเครื่องบินซึ่งอ้างว่าจะพาไปตรวจสอบสถานที่แห่งหนึ่งบนชายแดนเม็กซิโกที่ติดกับสหรัฐ ทว่าเครื่องบินกลับลงจอดที่เมืองเอล ปาโซ และเจ้าหน้าที่ของดีอีเอเข้าควบคุมตัวทั้งสองคน.

เครดิตภาพ : AFP