เมื่อวันที่ 30 ก.ค. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวระหว่างประชุมสภา กทม. สมัยประชุมสามัญ สมัยที่สาม (ครั้งที่ 5) ประจำปี 2567 ว่า วันนี้ (30 ก.ค.) เป็นการเสนองบประมาณรายจ่ายประจำของปี 2568 กรอบวงเงินประมาณ 90,000 ล้านบาท ซึ่งหลักการของ กทม. จะไม่มีการกู้เงิน แต่จะใช้เงินให้เท่ากับประมาณการรายรับ ซึ่ง กทม. อาจใช้เงินเกินงบฯ เนื่องจากมีภาระค่าใช้จ่ายเรื่องรถไฟฟ้าบีทีเอส ซึ่งเป็นภาระค่าใช้จ่ายที่ต่อเนื่องมา

สำหรับงบประมาณปีนี้ จะเน้นการส่งเสริมคุณภาพชีวิตในระดับเส้นเลือดฝอย ซึ่งจะเห็นได้ว่ามีการจัดสรรงบไปสู่สำนักงานเขตกว่า 20,000 ล้านบาท เพราะชีวิตประชาชนเกี่ยวข้องกับสำนักงานเขตในพื้นที่เป็นหลัก อาทิ น้ำท่วม ไฟฟ้า แสงสว่าง การศึกษา สาธารณสุข สิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ ยังมีการเสนอของบประมาณโครงการขนาดใหญ่ เช่น การก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำ การก่อสร้างเขื่อน โรงงานกำจัดน้ำเสีย ซึ่งเป็นการของบในโครงการที่ต่อเนื่อง

สำหรับการแต่งตั้งคณะกรรมการวิสามัญพิจารณาร่างงบประมาณ กทม. พ.ศ. 2568 ที่จะมีการเสนอบุคคลภายนอก ที่มีความรู้ความสามารถในการพิจารณางบและมีประสบการณ์ในการตรวจสอบทุจริตเข้าเป็นคณะกรรมการนั้น นายชัชชาติ กล่าวว่า ผู้บริหาร กทม. เป็นฝ่ายถูกตรวจสอบ ดังนั้น หาก กทม. ปฏิบัติตามระเบียบ ข้อบัญญัติ และข้อบังคับต่างๆ ถูกต้อง ไม่มีการทุจริต ก็พร้อมให้มีการตรวจสอบ และไม่ขัดข้องการตั้งคณะกรรมการดังกล่าว แต่ตามขั้นตอนต้องเป็นเรื่องของสภา กทม. ที่ตกลงกัน

ด้านนายสุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา ประธานสภา กทม. กล่าวว่า ข้อบังคับการประชุมระบุชัดว่า สามารถตั้งคนนอกมาเป็นคณะกรรมการได้ โดยผ่านความเห็นของสภา กทม. ซึ่งต้องมีการเสนอรายชื่อและโหวต

ทั้งนี้ การจะแต่งตั้งคนนอกเข้ามานั้น ขั้นแรกจะมีการตั้งคณะกรรมการวิสามัญเข้าไปก่อน สัดส่วนที่ได้หารือกันไว้มีทั้งหมด 36 คน เป็น สก. 27 คน ประกอบด้วย พรรคเพื่อไทย 14 คน พรรคก้าวไกล 6 คน ประชาธิปัตย์ และไทยสร้างไทย 6 คน และอิสระ 1 คน และผู้บริหาร กทม. 9 คน ซึ่งทั้ง 36 คน จะพูดคุยกันและเลือกประธาน รองประธาน และเลขาฯ เพื่อกำหนดว่าจะมีใครเข้าไปทำหน้าที่ตรวจสอบในเรื่องใดบ้าง.