เมื่อวันที่ 10 ก.ค. รศ.ชัชพล ไชยพร นักวิชาการศาสนาเชี่ยวชาญ รักษาราชการแทนผอ.สำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม แถลงผลการประชุมมหาเถรสมาคม (มส.)​ ครั้งที่ 16/2569 ที่ตำหนักเพ็ชร วัดบวรนิเวศวิหาร ว่า มส.ได้มีมติเห็นชอบ เรื่อง ขอขึ้นทะเบียนที่ดินศาสนสมบัติกลาง รายศาสนสมบัติกลางพุทธมณฑล ในพระบรมราชูปถัมภ์ จ.นครปฐม ตามที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.)​ ได้นำเสนอคณะกรรมการพิจารณางบประมาณศาสนสมบัติกลางประจำ (พศป.) เพื่อพิจารณา ในการประชุมครั้งที่ 15/2569 เมื่อวันที่ 28 พ.ค.2569 มีมติดังนี้ 1.เห็นชอบให้นำที่ดินพุทธมณฑลเนื้อที่ประมาณ 2,500 ไร่ พร้อมที่ดินส่วนนอกเนื้อที่ประมาณ 5 ไร่ ตลอดจนสิ่งปลูกสร้าง ทรัพย์สินและสิทธิที่เกี่ยวเนื่องด้วยพุทธมณฑลทั้งหมด ขึ้นทะเบียนที่ดินศาสนสมบัติกลางและวัดร้างของพศ. นามว่า “ศาสนสมบัติกลางพุทธมณฑลในพระบรมราชูปถัมภ์” และให้พศ.ดำเนินการให้ผู้มีชื่อถือครองที่ดินพุทธมณฑลทุกราย โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินทั้งหมดให้แก่พศ. (ศาสนสมบัติกลางพุทธมณฑลในพระบรมราชูปถัมภ์)

รศ.ชัชพล กล่าวต่อไปว่า พร้อมทั้งให้กองพุทธศาสนสถาน ดำเนินการขอรังวัดสอบเขตที่ดินศาสนสมบัติกลางพุทธมณฑล ในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อทราบแนวเขตและจำนวนที่ดินพุทธมณฑลทั้งหมด อีกทั้งให้พศ. กองพุทธศาสนสถาน ดำเนินการขอรวมแปลงที่ดินศาสนสมบัติกลางพุทธมณฑล ในพระบรมราชูปถัมภ์ทั้งหมด ให้เป็นโฉนดที่ดินแปลงเดียว และให้พศ. รายงานความคืบหน้าการดำเนินการทั้งหมดให้คณะกรรมการพศป.ทราบ

รศ.ชัชพล กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้สำหรับกรณีที่ดินพุทธมณฑลนั้น เมื่อวันที่ 5 มี.ค. 2569 ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษา โดยสรุปว่า การขึ้นทะเบียนที่ดินพุทธมณฑลเป็นที่ราชพัสดุ เป็นการกระทำโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากที่ดินพุทธมณฑลสร้างขึ้นตามเจตนารมณ์เพื่อเป็น “พุทธานุสรณียสถาน” และถวายเป็นพุทธบูชา ที่ดินพุทธมณฑลเนื้อที่ประมาณ 2,500 ไร่ จึงเป็นทรัพย์สินของพระศาสนา ซึ่งมิใช่ของวัดใดวัดหนึ่ง อันเป็นศาสนสมบัติกลาง พศ.เป็นผู้ดูแลรักษาและจัดการ รวมทั้งเป็นเจ้าของตามมาตรา 40 แห่ง พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 ที่ดินพุทธมณฑลมีสถานะเป็น ที่ดินที่มีกฎหมายเฉพาะบัญญัติยกเว้นไว้ไม่ให้ถือเป็นที่ราชพัสดุ ทั้งนี้ ตามมาตรา 7 (7) แห่ง พ.ร.บ.ที่ราชพัสดุ พ.ศ. 2562