นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์  ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (ประธาน กสทช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมบอร์ด มีมติเห็นชอบอนุมัติกรอบวงเงินการจัดทำระบบแจ้งเตือนภัยฉุกเฉินผ่านเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ (เซลล์ บรอดแคสต์) เฉพาะเงินสนับสนุนระบบเซลล์ บรอดแคสต์ เซ็นเตอร์ (ซีบีซี) คอร์ เน็ตเวิร์ค เรดิโอ เน็ตเวิร์ค และค่าบำรุงรักษา ระยะเวลา 3 ปี  จำนวน 1,030,961,235.54 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) จากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กองทุนยูโซ่) ให้กับผู้ให้บริการมือถือ คือ บริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด  หรือ ทียูซี  บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด หรือ เอดับบลิวเอ็น  และบริษัท โทรคมาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็นที

“กรอบงบประมาณที่อนุมัติได้ตั้งเพดานไว้รายละ 200  ล้านบาทต่อปี จากจำนวนที่จ่ายจริง ที่สามารถนำมาลดหย่อนจากเดิมที่ต้องจ่ายกองทุนยูโซ่ประจำปีอยู่แล้ว แต่ในส่วนของ เอ็นที บอร์ดได้ให้กลับไปจัดทำรายละเอียดกลับมานำเสนอใหม่ เนื่องจากงบประมาณที่ขอรับการสนับสนุนมาจำนวน 200 ล้านบาท นั้น ยังไม่สอดคล้องกับจำนวนสถานีฐานและจำนวนฐานผู้ใช้มือถือของเอ็นที เมื่อเทียบกับฐานลูกค้าของ ทียูซี และ เอดับบลิวเอ็น”

นพ.สรณ กล่าวต่อว่า  “สำหรับในส่วนของระบบเซลล์ บรอดแคสต์ เอนทิตี้ (ซีบีอี) นั้น ทางกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย จะเป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการในส่วนนี้ ซึ่งมีการตั้งงบประมาณจากภาครัฐไว้แล้ว  จึงไม่ต้องสนับสนุนงบประมาณ จำนวน 400 ล้านบาท ตามที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ขอรับการสนับสนุน โดยทางดีอี จะดำเนินการในส่วนของระบบคลาว์ด เซิร์ฟเวอร์  และการเชื่อมต่อระหว่างซีบีอี และ ซีบีซี รวมถึงรับทราบรูปแบบการเชื่อมต่อระบบแจ้งเตือนภัยฉุกเฉินผ่านเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ และอุปกรณ์อื่นที่เกี่ยวข้อง อาทิ การเชื่อมต่อระบบกับผู้ให้บริการมือถือ เป็นต้น 

อย่างไรก็ตามคาดว่า ทาง ปภ.จะมีการพัฒนาระบบแล้วเสร็จเพื่อใช้งานใน  9-12 เดือน หรือสามารถเริ่มใช้งานได้ประมาณ กลางปี 68  อย่างไรก็ตามหลังจากระยะ 3 ปีไปแล้ว ทาง กสทช. จะต้องสนับสนุนงบประมาณต่อหรือให้ทางผู้ให้บริการมือถือจัดตั้งงบประมาณเพื่อดำเนินการในเรื่องนี้เองนั้น ทางบอร์ด กสทช.จะมีการพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง