สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 14 ส.ค. ว่ายูเอ็นจีเอเปิดตัวดัชนีความเปราะบางหลายมิติ (เอ็มวีไอ) สำหรับการประเมินความเปราะบางของเศรษฐกิจ เพื่อให้ประเทศหมู่เกาะขนาดเล็กและประเทศกำลังพัฒนา สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำได้ โดยจะทำหน้าที่เป็นส่วนเสริมของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) และตัวชี้วัดในการพัฒนาอื่น ๆ
ตั้งแต่ปี 2533 เป็นต้นมา ประเทศหมู่เกาะขนาดเล็กที่กำลังพัฒนา (เอสไอดี) ซึ่งมีจีดีพีต่อหัวไม่ยากจนพอที่จะเข้าถึงแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำเพื่อการพัฒนา แต่มีความเสี่ยงจากผลกระทบจากภายนอก เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ได้เรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงเกณฑ์วัดผลดังกล่าว
หลังการหารือระหว่างประเทศหลายปี ที่ประชุมยูเอ็นจีเอมีมติเห็นชอบด้วยฉันทามติ ซึ่งกำหนดให้ยูเอ็นและคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญอิสระ ต้องปรับปรุงเกณฑ์ตามทิศทางปัจจุบัน คณะกรรมการระดับสูงได้นำตัวชี้วัด ที่เชื่อมโยงกับความเปราะบางทางโครงสร้างของรัฐ และการขาดความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจ, สิ่งแวดล้อม และสังคม มาพิจารณา
????Milestone Moment for SIDS #sustainabledevelopment – #UN Adopts the #MVI!????
— AOSIS (@AOSISChair) August 13, 2024
This concludes a 4-year process –#SIDS, devastated by the COVID-19 pandemic, successfully petitioned the UN to finally initiate work on an index that quantifies vulnerability.
Congrats to ???????? and all! pic.twitter.com/uK6qUWIovD
ปัจจัยดังกล่าว ได้แก่ การพึ่งพาการนำเข้า, การเผชิญกับเหตุการณ์สภาพอากาศที่เลวร้ายและโรคระบาด, ผลกระทบจากความรุนแรงในภูมิภาค, ผู้ลี้ภัย, แรงกดดันด้านประชากร, ทรัพยาการน้ำและที่ดินทำกิน และการเสียชีวิตของเด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ
ข้อมติเอ็มวีไอที่เสนอโดยประเทศหมู่เกาะ มีเป้าหมายเพื่อจับความเปราะบางภายนอก และการขาดความยืดหยุ่นของประเทศกำลังพัฒนา เพื่อให้แน่ใจว่ามีความน่าเชื่อถือ และสามารถเปรียบเทียบกันได้ ข้อมติระบุว่า ดัชนีดังกล่าวขึ้นอยู่กับความสมัครใจ พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานยูเอ็นและธนาคารเพื่อการพัฒนาแบบพหุภาคี พิจารณาใช้กฎเกณฑ์เพื่อเสริมนโยบายที่มีอยู่
ด้านกลุ่มพันธมิตรประเทศหมู่เกาะขนาดเล็ก (เอโอเอสไอเอส) แสดงความยินดีกับการผ่านข้อมติดังกล่าว ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญ “เอโอเอสไอเอสไม่ได้มองว่าโลกสวยงาม แต่เราทราบดีว่าเอ็มวีไอจะไม่ลดทอนระบบที่มีอยู่” ดร.ปาโอเลเล ลูเตรู เอกอัครราชทูตซามัวประจำสหประชาชาติ และประธานกลุ่มเอโอเอสไอเอส กล่าว “เราหวังว่าจะเห็นเอ็มวีไอถูกนำไปใช้ในบริบทของโลกแห่งความเป็นจริง ผ่านการทดสอบและปรับปรุง เพื่อช่วยปลดล็อกแนวทางการพัฒนาใหม่ ๆ” เขากล่าวทิ้งท้าย.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



