ทำเอาคนสนใจหนักมากเมื่ออาและหลานมานั่งพูดคุยกันแบบ Deep Talk ในรายการ WOODY FM เปิดใจ “ไก่-วรายุฑ มิลินทจินดา” ในวัย 70 ปี เผยถึงเรื่องราวชีวิตรักในอดีตที่เคยแต่งงานกับคนดังมาก่อนแต่ไม่มีใครรู้ พร้อมต่อสายโฟนอินกลางรายการ ส่วนหนุ่มเกาหลีคนปัจจุบันแชตกันทุกวันรู้สึกชุ่มฉ่ำสดชื่น

ไก่ วรายุฑ เผยว่า “คอนเทนต์ตอนนี้มันเยอะนะ เยอะไปหมด บางทีเราคิดไม่ออกว่าเราจะทำอะไร จะลงมาให้เด็กรุ่นนี้ดูและผู้ใหญ่รุ่นเราดู ซึ่งเราทำแต่เด็กไม่ได้กับผู้ใหญ่อย่างเดียวก็ไม่ได้ เพราะต้องทำอะไรให้ทั้ง 3 รุ่นดูได้ทั้งหมด มันคือความยากสำหรับเรา เพราะก็อายุเยอะ ต้องหาคนที่เก่งในด้านนู้นด้านนี้เอามาบวกและเป็นสิ่งที่เราคิดขึ้นมา แล้วเอาไอเดียเด็กมาทำตรงนี้ อาไก่คิดว่ามันน่าจะเป็นอย่างนี้มากกว่าไหม ในยุคนี้ต้องคิดอะไรให้มันแปลก จากที่เราเคยคิดมาแล้วหลายสิบปี อันนี้มันยาก จริงๆ เราเคยคิดนะ พี่ไก่ทำไมไม่ทำละครแนวตั้งแนวนอน 3 นาที 5 นาที บอกฉันทำไม่เป็น ยังคิดไม่ได้แบบเขา ซึ่งเราก็ดูของเขานะ ลองให้ลูกน้องไปทำ หนูก็ทำไม่ได้พี่ไก่ ซึ่งเราเคยคุยกันที่ออฟฟิศ แล้วใครจะเป็นคนทำก่อนใน 3-4 บริษัทที่อยู่ด้วยกัน สรุปก็ไม่มีใครทำให้เราเห็นได้ เรายังทำไม่ได้เลย เราต้องกล้ากว่านี้ไหม เรื่องเคยแต่งงานแต่ไม่มีคนรู้ อันนี้ไม่มีใครรู้เลย แล้วไปแต่งที่ญี่ปุ่นด้วย แต่งกับผู้ชาย แต่งกับคนดังด้วยในวันนั้นเขาดังมาก พอๆ กับพี่น้องเขาเลย ดังระดับเท่ากันเลย แล้วก็ไปด้วยความรักกัน คือเราคบกันมานานแล้วนะ คบกันมาหลายปีจนถึงวันตรงนั้น ซึ่งเราจะมาบอกใครก็ไม่ได้นอกจากในกลุ่มเพื่อนเรา 10 กว่าคนที่ไปด้วยกัน แล้วทุกคนก็จริงเหรอพี่ไก่ เขายอมเหรอ ไม่รู้นะเขาเป็นคนบอกเราเองนะ ว่าเขาอยากเป็นแบบนี้ ซึ่งเขาทำอะไรไม่ได้มากกว่านี้ ได้แค่ตรงนี้ที่เขาจะทำให้รู้ว่าเขารักพี่”
“คบกันประมาณ 4-5 ปีค่อยแต่งงาน ซึ่งตอนนั้นเราก็ไม่มีใคร ก็คบเขา ไปดูบอลโลกด้วยกัน ไปเที่ยวด้วยกัน ไปอะไรด้วยกันต่างๆนานา จนมีความรู้สึกว่าสิ่งที่เราอยู่ด้วยกัน เราสามารถอยู่ด้วยกัน 2 คนได้ ไม่เบื่อกัน รักกันไม่ทะเลาะไม่งอนกัน ทำให้เรารู้สึกว่าความรักหรือเปล่าหรือเป็นสิ่งที่เราโหยหาไหม แต่ในยุคนั้นเราก็โหยหานะ แล้วเราก็ได้ในสิ่งนี้มา รู้สึกว่าเป็นความภูมิใจของอาไก่ ที่มีผู้ชายแท้ๆ คนหนึ่งอยากจะรู้สึกว่ารดน้ำกัน แล้วเพื่อนทั้งหลายที่ไปก็รดน้ำ เอาน้ำในวัดมารด พูดแล้วอยากร้องไห้ มีความสุขมาก แล้วเขาก็น่ารักกับเราจนถึงทุกวันนี้นะ เขาน่ารักมาก เป็นคนใสซื่อ อ่อนไหว ผมลืมไปเลยนะว่าเขาเคยอยู่ในวงการประมาณหนึ่ง แต่วันนั้นผมไม่ทราบว่าเขากับอาไก่คบกัน พอแต่งงานกันแล้วคือแต่งงานกันก็ยังคบกันเหมือนเดิม ไปมาหาสู่กัน เราไปบ้านเขา แม่เขาก็รู้นะ แม่เขาเอารูปคู่ตั้งไว้บนไซด์บอร์ดที่บ้านเลย เราก็ถามว่าเป็นแบบนี้เลยเหรอ เขาก็บอกแม่ก็ไม่ได้ว่าอะไรนะ แล้วก่อนที่ผมจะไปแต่งงานกับพี่ไก่ ผมก็บอก แม่ก็บอกว่าผมว่าลูกไม่ต้องแต่งงาน ลูกอยู่อย่างนี้แล้วกัน อยู่เป็นเพื่อนแม่ ผมก็เลยมีความรู้สึกว่าจะมีใครสักคนหนึ่งที่อยู่เป็นเพื่อนแม่ได้โดยที่แม่รักคนๆนั้นด้วย ก็มีพี่ไก่นี่แหละ ซึ่งเรากับแม่เขาก็สนิทกัน เขาก็ยอมรับได้”

“ที่มาออกรายการก็ได้บอกเขานะ ก่อนเข้ารายการเมื่อกี้ว่าถ้าคุยเรื่องเธอ แล้วเกิดขึ้นมาบอกไม่ใช่ ฉันต้องหน้าแตก ต้องอาย ก็เลยโทรฯ หาเขา แล้วบอกเขาว่าจะขอเอารูปลงได้ไหม รูปที่เราแต่งงานกัน (หัวเราะ) คืออาจจะบังหน้านิดหนึ่ง อาจจะให้คนเห็นว่าเป็นใครบางๆ เขาก็บอกเอาสิครับไม่เป็นไร แล้วเมื่อกี้ยังบอกเขาว่าถ้าพี่เข้ามาในรายการแล้วจะโฟนอินหาคุณนะ แล้วคุณจะว่ายังไงไหม เขาบอกถ้ามีเวลาก็โทรฯ มาสิครับ เราหลงรักในตัวเขา คือความซื่อ ความบริสุทธิ์ของเขา ทำให้เรารู้สึกว่าน้องคนนี้มันน่ารัก ไม่มีอะไรที่เสแสร้งเลยในตัว พอแยกกันไปก็ไม่มีใครเลย จนสุดท้ายก็ได้มาเจอเด็กเกาหลีที่เป็นข่าว เขาก็น่าเอ็นดูนะ เขาเป็นคนที่ไว้ตัวมาก ถ้าเผื่อคุยกันแบบเพื่อนฝูงก็ไม่มีอะไร แต่ถ้าเผื่อมีความรู้สึกว่าคิดอะไรกับเขาแบบนั้น เขาจะถือตัว จะถูกตัว จะกอด เขาไม่ให้ ไม่ยอม อยู่ๆ จะไปบุ่มบ่ามเลยไม่ได้ ต้องให้เขายอมรับเราก่อน สุดท้ายก็ตกลงคบกัน กับคนนี้คบกันประมาณปีกว่า ความสัมพันธ์คติของอาไก่คือ อยู่กับเราก็เป็นของเรา ไม่ได้อยู่กับเราก็ไม่ใช่ของเรา คิดแบบนี้คือเขาจะไปอะไรยังไง เขาเป็นผู้ชาย จะไปยังไงเราก็ไม่รู้ เพราะฉะนั้นอย่าไปคิดหึงหวงโดยที่เราไม่เห็นดีกว่าก็ปล่อยเขาไป เพราะเดี๋ยวกลางเดือนนี้ก็จะไปหาเขาแล้ว ไลน์ไปบอกแล้ว เขาก็บอกว่าฉันจะรอเธออยู่ที่นี่ (หัวเราะ) คิดดูสิ คุยกันผ่านมือถือแชตกันทุกวัน กับคนนี้ความชุ่มฉ่ำ ความสดชื่น เราก็กลัวว่าถ้าวันหนึ่งเขากลับไปที่นั่นแล้วพ่อแม่สังคมจะว่ายังไง เพราะเกาหลีมันปิดอยู่ไม่สามารถเปิดได้ ซึ่งเขาไม่เป็นห่วงเลยแต่เราเป็นห่วงแทนเขา เขาบอกคุณไม่ต้องกลัวเดี๋ยวเราจัดการเองตรงนี้ เรามีความสุขเวลาอยู่กับคุณแค่นี้ก็จบ เขาก็ต้องมีใจให้เราบ้างน่ะ ถ้าไม่มีใจก็คงไม่ติดต่อกันถึงวันนี้”




