นาทีนี้ต้องยกตำแหน่ง “อายุน้อยร้อยล้าน” ให้เธอไปครองเลยจริงๆ สำหรับนางเอกสาวเจ้าบทบาท “ญดา-นริลญา กุลมงคลเพียร” ที่หยิบจับอะไรก็เป็นเงินเป็นทองไปหมด ล่าสุดเดินทางมาร่วมงาน คมชัดลึก อวอร์ด ครั้งที่ 22 ณ ไอคอนสยาม พร้อมเปิดใจอัปเดตชีวิตสองด้านสุดขั้ว ทั้งพาร์ทแม่ค้าสาวไฟแรงที่ธุรกิจโยเกิร์ตกระแสตอบรับถล่มทลาย และพาร์ทผู้ป่วยโรคไทรอยด์ที่ทำเอาเจ้าตัวแอบแพนิคกับรูปร่างที่เปลี่ยนไป

สำหรับแบรนด์โยเกิร์ตของสาวญดา เจ้าตัวยอมรับว่าผลลัพธ์เกินฝันไปมาก แม้เศรษฐกิจช่วงนี้จะค่อนข้างซบเซา แต่แบรนด์ของเธอขยายแฟรนไชส์ไปแล้วกว่า 20 สาขา ภายในเวลาแค่สองเดือน พร้อมกางแผนอนาคตและเคลียร์คิวเรื่องทำเลทองให้ฟังว่า

“ธุรกิจโยเกิร์ตตอนนี้ก็เปิดมาได้เกือบสองเดือนแล้วค่ะ กระแสตอบรับเกินคาด เราอยากทำราคาที่เข้าถึงง่าย และเราขายราคาเริ่มต้นที่ 49 บาทเอง ถึงคิวยาวตลอดเลย แต่ทำอย่างรวดเร็วค่ะ ยืนรอแป๊บเดียว ตอนนี้ก็ขยายสาขาแฟรนไชส์อยู่ค่ะ ตอนแรกเราตั้งเป้าว่าภายในปีนี้เราจะเปิด 50 สาขา แต่คิดว่าอาจจะหนักเกินไป หนูอาจจะไม่ไหว สองเดือน 20 สาขาแล้ว ถ้าเกิดว่าใครอยากเริ่มทำธุรกิจเดี๋ยวคลิปนี้ออกไป อาจจะถึง 50 สาขา”

“เศรษฐกิจโหดแต่ราคาของเราดีมาก ราคาค่อนข้างถูกค่ะ และเราก็พยายามตรึงราคาเอาไว้ ไม่ปรับขึ้นราคาเร็วๆ นี้แน่นอนค่ะ (คนถามว่าได้กำไรไหม?) ได้กำไรแต่กำไรเราอาจจะบางหน่อย ก็ฝากทุกคนสนับสนุนด้วยนะ เรื่องค่าที่จะบอกว่าค่าที่ตรงสยามสแควร์ที่บอกไปว่า 300,000 มันไม่ใช่แค่ชั้นล่างชั้นเดียว แต่เอาพื้นที่ตรงนั้นเป็นครัวกลางด้วยค่ะ คือเราใช้ทั้งหมดสามชั้นเลย ค่าที่ก็จะสูงหน่อย แต่ก็ได้รับการดูแลดีมากๆ จากทางจุฬาฯ ค่ะ เรียกมาดามได้ไหม อาจจะเขินๆ นิดหนึ่ง เรียกญดาเหมือนเดิมดีกว่า”

ญดา เผยต่อว่า “แต่ตอนนี้น้ำหนักขึ้นมา 4-5 โลแล้ว เป็นเพราะว่าไทรอยด์ค่ะ พอเรากินยาแล้วมันค่อยๆ ขึ้นมา แต่ว่าขึ้นเยอะนิดหนึ่ง ตอนนี้กำลังลดน้ำหนักอยู่ ขึ้นมา 4-5 โลแล้ว มีต่อการใช้ชีวิตเวลาที่เราต้องเข้ากล้องแล้วก็ทำงาน มันอาจจะบวมๆ ไปนิดหนึ่ง มีแก้ม ถ้าถามว่าต้องลดไหมก็ต้องลดลงนิดหนึ่ง ก็พยายามออกกำลังกายมากยิ่งขึ้น จริงๆ มันไม่ได้บวมจากที่เรากินเยอะ แต่บวมจากโรคจากไทรอยด์ที่เราเป็น บางทีมันเป็นบวมน้ำ”

“ก็ส่งผลต่อชีวิต เพราะว่าทุกวันต้องกินยา ถ้าลืมวันใดวันหนึ่งคือไม่ได้เลย ถ้าลืมเหมือนก็ต้องกลับไปเริ่มต้นใหม่ คือเราเป็นคนกินน้อยอยู่แล้ว แต่กลายเป็นว่าน้ำหนักมันขึ้น และดูเป็นคนบวมๆ ก็ต้องพยายามลีนลงมา แต่ตอนทำงาน ผู้กำกับก็ไม่ได้บอกว่าอะไร เพราะเข้ากล้องก็ยังได้อยู่ แต่ตัวเองที่เราเคยเห็นก่อนหน้านี้เราไม่ได้เป็นแบบนี้ เราก็จะรู้สึกแพนิคไปเอง แล้วก็รู้สึกว่าค่อนข้างเกินมีแก้มแล้วนะ”

“ส่วนตัวไม่ได้ซีเรียสกับตัวเลขน้ำหนัก แต่ซีเรียสกับภาพรวม ส่วนถ้าถามว่าตอนนี้มองว่ายังไงบ้าง ก็คิดว่าเดี๋ยวลดลงอีกนิดหนึ่งค่ะ มันมีแก้ม มีแฟนๆ หลายคนบอกว่าหน้าเปลี่ยน แล้วก็ถามว่าไปทำอะไรมา ไปทำศัลยกรรมหรือเปล่า ก็มีเข้าคลินิกเสริมความงามบ้าง แต่บางทีน้ำหนักมันขึ้น หน้าตามันก็เปลี่ยนไปด้วย ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่โดนทักเรื่องนี้ตลอด เหมือนก่อนหน้านี้ จะบอกว่าผอมไปนะ ทำไมดูผอมมากเลย กินข้าวหน่อยนะลูก เหมือนเราไปทำอะไรมา จมูกโด่งขึ้นนะ แต่จะบอกว่าไม่ทำเลยก็ไม่ได้ ก็ทำบ้างนิดหน่อยเอาไว้ให้คนเดาเล่นว่านักแสดงหน้าใหม่หรือเปล่า หน้าเปลี่ยนทุกไตรมาส (หัวเราะ) แต่ก็ไม่ขนาดนั้น”

“เสพติดศัลยกรรมไหม คิดว่าไม่ได้เสพติดศัลยกรรมค่ะ แต่เรียกว่าดูแลไปตามสิ่งที่มันควรจะทำและควรจะเป็น เพราะว่าเราใช้หน้าเยอะ และเวลาที่เราออกกล้องมันต้องค่อนข้างเป๊ะนิดหนึ่ง ก็ต้องเข้าคลินิกบ่อยหน่อย ถามว่ากลัวไหมว่าคนจะมองว่าเสพติดทำอีกแล้วคนจำหน้าเก่าไม่ได้ จริงๆ เรื่องนี้เป็นปัญหาโลกแตกของหนูมาก เพราะทุกคนจะจำหน้าไม่ค่อยได้ แต่ละเรื่องคาแรกเตอร์จะไม่เหมือนกันเลย เห็นหนูในเวอร์ชั่นออกงาน หรือตัวจริงก็เป็นอีกอย่างหนึ่ง เห็นในหนังก็เป็นอีกอย่างหนึ่ง ส่วนมากคนจะจำเสียงได้”

“เวลาแฟนๆ จำไม่ได้รู้สึกเครียดค่ะ อยากให้เคขาจำได้แหละค่ะว่าเรามีผลงานเรื่องนั้นเรื่องนี้ อยากให้เขาจำเราได้ แต่เขาจะจำไม่ค่อยได้ พอเห็นตัวจริง เวลาเจอข้างนอกเขาจะทักว่าน้องที่เล่นเรื่องนี้หรือเปล่านะ เหมือนจะคุ้นๆ แต่ก็จะมีน้องๆ หลายคนที่เป็นเด็กเจนซีจะจำได้ แต่ไม่ได้เสียเซลฟ์ขนาดนั้นค่ะ แฮปปี้ดีค่ะ”

ขอบคุณภาพจาก:yadarilya