สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงนูกูอาโลฟา ประเทศตองกา เมื่อวันที่ 29 ส.ค. ว่า ผู้นำประเทศในหมู่เกาะแปซิฟิก เปิดเผยแผนการสร้างศูนย์ฝึกอบรมตำรวจระดับภูมิภาค 4 แห่ง และจัดตั้งกองกำลังตอบโต้วิกฤติข้ามชาติ ซึ่งได้รับเงินทุนสนับสนุนเบื้องต้นจากออสเตรเลีย จำนวน 271 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 9,200 ล้านบาท)

ภายใต้แผนการดังกล่าว กองกำลังตำรวจที่มีเจ้าหน้าที่ประมาณ 200 นาย ซึ่งคัดเลือกจากประเทศต่าง ๆ ในมหาสมุทรแปซิฟิก จะถูกส่งไปยังจุดวิกฤติ และเขตภัยพิบัติในภูมิภาค เมื่อเป็นที่ต้องการ และได้รับคำเชิญ

ABC News (Australia)

“แผนการนี้แสดงให้เห็นว่า บรรดาผู้นำในภูมิภาคแปซิฟิกทำงานร่วมกันอย่างไร ในการกำหนดอนาคตที่พวกเราต้องการเห็น” นายกรัฐมนตรีแอนโธนี อัลบาเนซี ผู้นำออสเตรเลีย กล่าวพร้อมยกย่องข้อตกลงข้างต้น

ด้านนายกรัฐมนตรีเซียโอซี โซวาเลนี ผู้นำตองกา และเจ้าภาพการประชุมสุดยอด กล่าวว่า แผนการริเริ่มนี้จะช่วยอุดช่องโหว่ด้านความมั่นคงในภูมิภาค ตลอดจนจัดการภัยคุกคามต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เช่น องค์กรอาชญากรรม และการค้ายาเสพติด

ขณะที่ นายมีไฮ โซรา จากสถาบันโลวี ในเมืองซิดนีย์ ชี้ว่า การประกาศแผนการเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ถือเป็นชัยชนะทางการทูต สำหรับออสเตรเลีย และองค์กรการประชุมหมู่เกาะแปซิฟิก (พีไอเอฟ) แม้บางประเทศสมาชิกที่เป็นพันธมิตรของจีน โดยเฉพาะวานูอาตู และหมู่เกาะโซโลมอน แสดงความกังวลว่า แผนการรักษาความสงบเรียบร้อยในภูมิภาค ถูกออกแบบมาเพื่อกีดกันรัฐบาลปักกิ่งก็ตาม

กระนั้น รัฐบาลปักกิ่งได้แสดงความยินดีกับ “ความพยายามของทุกฝ่าย” เพื่อการพัฒนาและความเจริญรุ่งเรืองของประเทศหมู่เกาะแปซิฟิก ซึ่งนายหลิน เจียน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่างจีนกับประเทศหมู่เกาะแปซิฟิก ในด้านตำรวจ, การบังคับใช้กฎหมาย และอื่น ๆ ถือเป็นความร่วมมือแบบปกติ ระหว่างประเทศที่มีอำนาจอธิปไตย อีกทั้งความร่วมมือเช่นนี้ ยังสอดคล้องกับกฎหมายและบรรทัดฐานระหว่างประเทศด้วย.

เครดิตภาพ : AFP