เมื่อวันที่ 9 ก.ย. ที่ศูนย์ฝึกอาชีพกรุงเทพมหานคร เขตสะพานสูง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวภายหลังเปิดธนาคารอาหาร หรือศูนย์ BKK Food Bank ในพื้นที่เขตสะพานสูง ซึ่งเป็นเขตที่ 50 ครบตามเป้า ว่า ปัจจุบันใน กทม.ยังมีประชาชนกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้ป่วยติดเตียง ผู้มีรายได้น้อย ตกงาน รวมถึงผู้ประสบภัย ที่ยังขาดแคลนอาหารและเครื่องอุปโภคบริโภคเป็นจำนวนมาก

ขณะเดียวกันก็พบว่า 1 ใน 3 ของอาหารที่ผลิตเป็นอาหารส่วนเกิน (Food Surplus) และถูกทิ้งเป็นขยะทุกวัน กทม.จึงจัดทำโครงการ BKK Food Bank ธนาคารอาหารขึ้น โดยเป็นตัวกลางในการรวบรวมอาหาร เครื่องอุปโภคบริโภค จากผู้ที่อยากแบ่งปันเพื่อนำไปมอบให้กับผู้ที่ขาดแคลน โดยจัดเป็นที่เก็บของคล้ายๆ ร้านสะดวกซื้อ และให้กลุ่มผู้เปราะบางที่อยู่ในฐานข้อมูลของแต่ละเขตมาเลือกของที่ต้องการ เช่น ข้าวสาร ไข่ น้ำปลา น้ำตาล เสื้อผ้า และของใช้ในชีวิตประจำวัน โดยนำแต้มที่เขตมอบให้มาแลกของที่ต้องการ โดยจะมีคนละ 300 แต้ม

โดยวันนี้ได้เปิดครบแล้วทั้ง 50 เขต หลังจากได้เริ่มนำร่องมาตั้งแต่ ต.ค. 65 เขตล่าสุด คือ เขตสะพานสูง นอกจากเครื่องอุปโภคบริโภคแล้ว สำนักงานเขตยังมีการรับ-ส่งต่ออาหารส่วนเกิน (Food Surplus) จากผู้บริจาค ตรงสู่ผู้รับในพื้นที่และให้ความช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางครอบคลุมทุกกลุ่ม

โดยจะรับอาหารส่วนเกินจากผู้บริจาค สัปดาห์ละ 3 วัน (ทุกวันอังคาร พุธ พฤหัสบดี) และส่งตรงถึงมือผู้รับ เป็นการร่วมมือกับภาคเอกชน ประชาชน ศาสนสถาน สมาคม มูลนิธิต่าง ๆ ที่เป็นผู้บริจาค ซึ่งผู้ประสงค์จะบริจาคของให้กับ BKK Food Bank สามารถติดต่อไดัที่สำนักงานเขตทุกเขต

นายชัชชาติ กล่าวต่อไปว่า หลักการของโครงการนี้คือการช่วยเหลือและแบ่งปันกัน เชื่อว่าเมืองนี้มีทรัพยากรเพียงพอสำหรับทุกคน แต่อาจจะไปอยู่ที่กลุ่มคนหนึ่งมากและบางคนขาด หากสามารถเป็นตัวกลางเชื่อมโยงในการแบ่งปันได้ก็จะเป็นเรื่องที่ดี ซึ่งโครงการนี้เป็นโครงการที่หลายเมืองทั่วโลกทำ และโครงการนี้ไม่ได้ใช้งบประมาณในการจัดทำ นอกจากนี้ยังมีการรับรูปแบบอาหารสดที่ผ่านมาได้รับแล้วรวมกว่า 4 แสนกก. ซึ่งช่วยลดขยะอาหารได้จำนวนมาก

สำหรับความยั่งยืนของโครงการในอนาคต นายชัชชาติ ระบุว่า ต้องทำให้ประชาชนไว้ใจสร้างความไว้วางใจให้ประชาชนที่เข้ามาบริจาค มั่นใจว่าอาหารที่ผู้มาบริจาคจะถึงมือผู้รับจริงๆ นำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ร่วมกันและสร้างระบบบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพ รวมถึงการนำประชาชนเข้ามาเป็นส่วนร่วมในการช่วยตรวจสอบ

ทั้งนี้ ปัจจุบัน BKK Food Bank สามารถส่งต่ออาหารบริจาคได้ 444,869.98. กก.หรือนับเป็นมื้อได้ 1,868,453 มื้อ ถึงมือผู้รับซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบางแล้ว รวม 5,330 ราย จากข้อมูลที่ลงทะเบียนไว้ 23,476 ราย กลุ่มที่เข้ามารับบริการมากที่สุด ได้แก่ ผู้สูงอายุ 36% ประชาชนผู้มีรายได้น้อย 33% เด็ก 12% ผู้ด้อยโอกาส 6% คนพิการ 5% เด็กในศูนย์เด็กเล็กฯ 4% ผู้ป่วยติดเตียง 3% และคนไร้บ้าน 1% ประเภทอาหารที่มีน้ำหนักมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ เบเกอรี่ 312,023.91 กก. อาหารปรุงสุกพร้อมทาน 34,664.62 กก. ข้าว 32,604.6 กก. ผักและผลไม้ 16,981.9 กก. น้ำเปล่า 14,552.21 กก. คิดเป็นปริมาณคาร์บอนที่ลดได้ 1,125,521.04 กิโลCO2e .