สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน เมื่อวันที่ 10 ก.ย. ว่า นายนาสเซอร์ คานานี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน กล่าวถึงรายงานของสหภาพยุโรป (อียู) ที่อ้างข้อมูลข่าวกรองของตัวเอง ว่าอิหร่านมอบความสนับสนุนด้านขีปนาวุธนำวิถีให้แก่รัสเซีย เพื่อนำไปใช้ในการทำสงครามกับยูเครนนั้น “ไม่เป็นความจริงอย่างสิ้นเชิง” พร้อมทั้งวิจารณ์กลับว่า ข้อกล่าวหาดังกล่าว มาจาก “หนึ่งในผู้สนับสนุนยูเครนรายใหญ่ที่สุด”
ขณะที่นายเวดันต์ ปาเทล รองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่า การที่อิหร่านมอบความสนับสนุนด้านขีปนาวุธให้แก่รัสเซีย ไม่ว่าในทางใดก็ตาม ถือเป็นการกระทำที่ยั่วยุ และเป็นการยกระดับสงครามอย่างร้ายแรง ซึ่งสหรัฐและพันธมิตร “ไม่ลังเลที่จะตอบโต้” ซึ่งน่าจะหมายถึงมาตรการคว่ำบาตร
The EU says its allies shared "credible" intelligence that Iran had supplied Russia with ballistic missiles and warned of new sanctions on Tehran if the deliveries are confirmed.
— Al Jazeera English (@AJEnglish) September 9, 2024
???? Follow our LIVE coverage: https://t.co/63wMJpHhOr pic.twitter.com/9v5FhXFRhB
ด้านนายดมิทรี เปสคอฟ โฆษกทำเนียบเครมลิน กล่าวถึงรายงานดังกล่าว ซึ่งได้รับการเผยแพร่ผ่านเดอะ วอลล์ สตรีท เจอร์นัล ของสหรัฐด้วย ว่า “ไม่ใช่ทุกครั้งที่ข้อมูลเหล่านั้นจะถูกต้อง” อย่างไรก็ดี อิหร่านคือหนึ่งในพันธมิตรสำคัญของรัสเซีย ทั้งสองประเทศพัฒนาความร่วมมือกัน “ในทุกด้านที่เป็นไปได้” ทั้งในด้านเศรษฐกิจ “และด้านที่อ่อนไหว”
Russia has branded Iran an “important partner” as it failed to refute reports that Tehran is supplying it with short-range ballistic missiles ⤵️ https://t.co/ZAbOh8SSqv
— Al Jazeera English (@AJEnglish) September 9, 2024
ย้อนกลับไปเมื่อปลายปี 2565 นายฮอสเซ็น เอเมียร์-อับโดลลาเฮียน รมว.การต่างประเทศอิหร่านในเวลานั้น กล่าวว่า รัฐบาลเตหะรานมอบความสนับสนุนที่เป็นอากาศยานไร้คนขับ หรือ โดรน ให้แก่รัสเซียจริง แต่เป็นการมอบความช่วยเหลือที่เกิดขึ้นก่อนสงคราม
ต่อมาเมื่อช่วงต้นปี 2566 ยูเครนประกาศลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิหร่าน และออกมาตรการคว่ำบาตรรัฐบาลเตหะราน ที่รวมถึงการ “แช่แข็ง” การค้าระดับทวิภาคี เป็นเวลานานถึง 50 ปี.
เครดิตภาพ : AFP



