กลายเป็นประเด็นใหญ่ ที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางสำหรับเหตุการณ์วิทยุติดตามตัว หรือที่คนเรียกติดปากว่า ‘เพจเจอร์’ อุปกรณ์สื่อสารที่ตกยุคไปแล้ว ได้ถูกใช้ให้กลายเป็นเครื่องมือจุดชนวนระเบิดโจมตีกลุ่มติดอาวุธฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนเมื่อวันที่ 17 กันยายน ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิต 9 ราย และผู้บาดเจ็บราว 2,800 คน
กรณีแบบนี้สามารถทำได้หรือไม่ เกิดขึ้นได้อย่างไร วันนี้ “เดลินิวส์” หาคำตอบให้จากผู้เชี่ยวชาญว่าทำไม “เพจเจอร์” จึงกลายเป็นวัตถุระเบิดไปได้?
พลอากาศตรี อมร ชมเชย เลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) กล่าวกับ เดลินิวส์ ว่า กรณีการระเบิดของเพจเจอร์ที่เป็นข่าวในต่างประเทศนั้น จะต้องมีการเพิ่มสารที่เป็นวัตถุระเบิดในเครื่องก่อน เพราะปกติเพียงแค่ถ่านหรือแบตเตอรี่ที่เป็นแหล่งพลังงานหากเกิดระเบิด จะไม่รุนแรงจนถึงขั้นทำให้เสียชัวิต
สำหรับต้นเหตุที่กลุ่มติดอาวุธฮิซบอลเลาะห์ กลับไปใช้เพจเจอร์ เพราะอุปกรณ์มือถือ สามารถระบุผู้ใช้งาน ตำแหน่ง หรือดักฟังได้ จึงหันกลับไปใช้ เพจเจอร์ เพื่อให้ไม่สามารถตามตัวได้
สำหรับวีธีการทำให้เพจเจอร์ระเบิด ยังไม่ได้รับการยืนยัน แต่คาดการณ์ว่า มีการส่งข้อความบางอย่าง และตัวระบบของเพจเจอร์ได้เห็นโค้ดข้อความเข้ามาที่เครื่องทำให้มีการจุดระเบิด เพราะจากที่เห็นในคลิปบางส่วนเครื่องสั่น หรือมีข้อความแจ้งเตือนเมื่อคนใช้ก้มดูก็เกิดระเบิด เครื่องมีรหัสบางอย่างฝังไว้ในตัวซอฟต์แวร์ และต้องเครื่องที่มีการฝังระเบิดไว้ด้วย

“ปกติการใช้โทรศัพท์มือถือ จะมีการเชื่อมต่อกับเซลล์ไซด์ หรือเสาโครงข่ายสัญญาณอย่างน้อย 3 เสา ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ว่ามือถือเบอร์นี้เกาะอยู่กับเซลล์ไซด์ไหน แต่การใช้เพจเจอร์ เมื่อเราอยู่ใกล้รัศมีสัญญาณวิทยุแล้ว เมื่อมีข้อความส่งมาตรงกับเลขเครื่อง ก็จะได้รับข้อความ จึงเป็นวิธีที่ผู้ใช้งานต้องการหลีกเลี่ยงการแสดงตัวตน สำหรับกรณีที่เกิดเหตุระเบิด ก็จะเป็นการส่งข้อความโค้ดลับมาแล้ว ก็จะถูกทิกเกอร์ หรือจุดชนวนกับซอฟต์แวร์ หรือโค้ด และระเบิดที่ถูกฝังไว้แล้ว จึงเกิดการระเบิดขึ้น”
พลอากาศตรี อมร ยังบอกต่อว่า คนทั่วไปคงไม่ได้เป็นเป้าหมาย ซึ่งจากข่าวผู้เสียชีวิตไม่ใช่กลุ่มติดอาวุธฮิซบอลเลาะห์ทั้งหมด แสดงว่า ใครที่ซื้อเพจเจอร์ในลอตนี้ ก็จะเกิดอันตรายไปด้วย โดยขั้นตอนการติดตั้งโค้ด และระเบิดอาจถูกกระทำในขั้นตอนการขนส่งระหว่างทางก่อนที่จะนำมาขายก็เป็นได้ ซึ่งตามปกติของเพจเจอร์ ก็เป็นอุปกรณ์ที่ไม่ได้มีความซับซ้อนไฮเทคมาก ส่งเพียงส่งข้อความไป แล้วคลื่นความถี่ตรงกัน เลขเฉพาะเครื่องตรงก็สามารถรับข้อความได้ พอรับโค้ดแล้วตรงกันกับที่ฝังไว้ก็จะเป็นตัวจุดชนวนให้เกิดระเบิดได้ แต่ต้องมีการฝังระเบิดไว้ที่เครื่องก่อนด้วยเช่นกัน
“อุปกรณ์เพจเจอร์ อาจขนส่งมาจากบริษัทผู้ผลิตแต่กว่าจะมาถึงอาจจะโดนนำไปดัดแปลงก่อนวางขายหรือนำไปแจก หากเป็นอุปกรณ์ปกติไม่ได้ถูกดัดแปลงอย่างมากก็แค่ร้อนเกิดไฟไหม้ระเบิด แต่ความรุนแรงจะไม่เท่ากับที่เป็นในข่าว ปกติถ่านไฟฉายที่ใช้เป็นแบตเตอรี่สามารถระเบิดได้ แต่ไม่ทำให้อันตรายถึงชีวิต”

อย่างไรก็ตาม ในกรณีนี้บริษัทผู้ผลิตในไต้หวันก็ได้ออกมาปฏิเสธแล้วว่าเลิกผลิตและได้ขายลิขสิทธิ์ให้กับบริษัทในฮังการีไปแล้ว ซึ่งอาจจะมีการเข้าไปดัดแปลงเครื่องระหว่างทางขนส่งจากฮังการี ไปยังเลบานอนได้ แต่คงไม่สามารถไปบอกได้ว่าเป็นฝีมือของกลุ่มใด อยู่ที่ฝ่ายไหนจะได้ประโยชน์จากเหตุการณ์นี้ แต่ตามข่าวก็มีการคาดเดาว่าเป็นกลุ่มสายลับของอิสราเอล แต่คนทำคงไม่ออกมายอมรับ เหตุการณ์นี้เป็นเรื่องที่ทำได้ยาก ต้องเกี่ยวข้องหลายฝ่าย ต้องเป็นกระบวนการสายลับถึงดำเนินการแบบนี้ได้ เพราะเป็นวิธีที่แยบยล ในด้านสายลับกับไซเบอร์ที่ต้องผสมกัน
สุดท้าย พลอากาศตรี อมร บอกต่อว่า สำหรับในประเทศไทยประชาชนคนทั่วไปไม่ควรตื่นตระหนก เพราะไม่ใช่กลุ่มเป้าหมาย และปกติอุปกรณ์สื่อสารต่างๆ ที่นำเข้ามาจำหน่ายในไทย ทาง สำนักงาน กสทช. จะมีการตรวจสอบเครื่องและมาตรฐานต่างๆ ก่อนให้นำมาวางจำหน่ายในท้องตลาด และไม่ควรใช้อุปกรณ์ที่มีการลักลอบนำมาขายที่ไม่ได้รับการตรวจสอบจากหน่วยงานรัฐ เพราะเป็นสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานมีคุณภาพต่ำ
จิราวัฒน์ จารุพันธ์



