เมื่อวันที่ 22 พ.ค. มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 19 พ.ค.69 ข้าราชการอัยการระดับสูง นำหลักฐานเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) เพื่อแจ้งความว่า ระหว่างวันที่ 29 ก.ย 68 – ประมาณกลางเดือนม.ค.69 อดีตอธิบดีรายหนึ่ง มาขอให้ข้าราชการอัยการระดับสูงช่วยสั่งไม่ฟ้องคดีที่ผอ.กองช่างเทศบาลแห่งหนึ่งในจ.เชียงใหม่ และพวก ซึ่งถูกตำรวจ บก.ปปป. ป.ป.ช. , ป.ป.ท. ร่วมกันซ้อนแผนและจับกุมตัวเมื่อวันที่ 16 ต.ค.67 ข้อหาเรียกรับสินบนค่าใบอนุญาตการก่อสร้างต่อเติมร้านอาหารจากเจ้าของร้านอาหารแห่งหนึ่ง ในจังหวัดเชียงใหม่ ฐานความผิดเป็นเจ้าพนักงานเรียกรับ ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบฯลฯ

รายงานข่าวแจ้งอีกว่า อดีตอธิบดีรายนี้ เสนอเงินให้ 4 แสนบาท เพื่อขอให้ช่วยสั่งไม่ฟ้องเฉพาะผู้ต้องหาบางรายปรากฎว่าต่อมาอัยการได้สั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 3 คนในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา(ปอ.) มาตรา 149, 157, 83, 86 และมีคำสั่งไม่ฟ้องในบางข้อหาอีกด้วย

ต่อมาอดีตอธิบดี ทราบว่ามีการสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งหมด จึงโทรศัพท์มาบอกกับบิ๊กอัยการท่านนี้อีกว่า ตนได้เคลียร์กับ ผบช.ก. และพล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว (บิ๊กเต่า) รอง ผบช.ก. และพล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รองผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 5(อดีตผู้การแป๊ะ) ว่าจะใช้อำนาจดึงสำนวนที่ให้สั่งไม่ฟ้องกลับมา โดยอ้างว่าได้เคลียร์กับ ผบช.ก. และบิ๊กเต่าเรียบร้อยแล้วว่า หากสั่งไม่ฟ้องเสนอไป ผบช.ก.จะไม่แย้งคำสั่งของอธิบดีอัยการภาค 5 และย้ำอีกว่า มีค่าใช้จ่ายในการสั่งคดีไม่ฟ้องจำนวน 4 แสนบาท ซึ่งบิ๊กอัยการท่านนี้ไม่ได้ทำตาม และยังทราบด้วยว่าไม่มีการตกลงกันจริง ร่วมทั้งยังเป็นการแอบอ้าง โดยเห็นว่าการกระทำดังกล่าวก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ถูกแอบอ้างชื่ออีกด้วย จึงมาแจ้งความร้องทุกข์เพื่อให้ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สำหรับคดีดังกล่าวเป็นข่าวดังเมื่อวันที่ 16 ต.ค.67 ซึ่งมาจากปฏิบัติการ “รุมกินโต๊ะ” นำโดย พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ บก.ปปป., ป.ป.ท. และป.ป.ช. ได้เปิดปฏิบัติการเพื่อซ้อนแผนจับหรือล่อซื้อก่อนเข้าจับกุม ผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย สืบเนื่องจากผู้เสียหายซึ่งเป็นผู้ประกอบการร้านอาหารได้แจ้งความว่าผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย มีพฤติการณ์ร่วมกันเรียกรับเงินจากผู้เสียหายเพื่อแลกกับการออกใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร โดยร่วมกันเรียกรับเงินจากผู้เสียหายหลายครั้ง รวมจำนวนกว่า 226,000 บาท จากนั้นจึงมีการสืบสวนจนนำไปสู่การขออนุมัติศาลออกหมายจับและหมายค้น และร่วมปฏิบัติการจับผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ตามที่เป็นข่าวแล้ว

ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ – บก.ปปป.