เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. จากกรณีนายชัยสิทธิ์ ขันทะ หรือโป๊ย อายุ 34 ปี พ่อค้ากัญชา ถูกนายศุภกร อายุ 27 ปี ใช้มีดแทงเสียชีวิต ก่อนร่วมกับนายชยพล อายุ 27 ปี และนายกฤตธนัท อายุ 24 ปี นำศพยัดใส่ลังพลาสติกหมกในกระบะดินเพาะปลูกกัญชา บนชั้น 2 ของบ้านพักซึ่งเปิดเป็นร้านขายกัญชา ย่านดอนเมือง กทม. โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย อ้างว่าถูกผู้ตายกล่าวหาขโมยนาฬิกาและด่าบุพการีก่อนนัดมาเคลียร์ที่บ้านแต่ไม่ลงตัวจึงก่อเหตุฆ่าอำพราง ตามที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าวันนี้ ตำรวจ สน.ดอนเมือง สอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง 3 คน เพิ่มเติม โดยนายศุภกร มือแทง ให้การยอมรับสารภาพว่า เป็นผู้ลงมือก่อเหตุแทงและอำพรางศพเพียงคนเดียว โดยไม่ได้ให้การซัดทอดว่าใครเป็นผู้ให้การช่วยเหลือ อย่างไรก็ตามมีรายงานว่า นายศุภกรยอมรับว่ามีการสะกดวิญญาณผู้เสียชีวิตจริง ซึ่งการก่อเหตุครั้งนี้ นายศุภกรได้มีการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการสะกดวิญญาณ โดยก่อนที่จะมาก่อเหตุได้ไปขอผ้าถุงแม่มารัดบริเวณหน้าอกตนเองตามความเชื่อ หลังจากนั้นถึงไปลงมือก่อเหตุแล้วหากล่องภายในบ้านมาใส่ร่างผู้เสียชีวิตและเป็นคนฝังพร้อมทำพิธีสะกดวิญญาณด้วยตัวเอง หลังจากนั้นนายศุภกรก็กลับมาที่บ้านแล้วถอดผ้าถุงของแม่ที่รัดบริเวณหน้าอก โดยการถอดแบบลอดหัว เพื่อเป็นการสะกดวิญญาณไม่ให้ติดตามมา
ส่วนนายกฤตธนัท ตัวต้นเหตุที่มีความขัดแย้งว่าไปขโมยนาฬิกาผู้เสียชีวิตนั้นยังคงให้การเช่นเดิมว่า ไม่ได้ขโมยนาฬิกาของผู้เสียชีวิตไป และอ้างว่าถูกบังคับให้ช่วยทำความสะอาดเช็ดเลือดที่บริเวณพื้นชั้น 1 ของบ้าน
สำหรับนายชยพล ให้การปฏิเสธในชั้นจับกุม และไม่ให้การใดๆ
ทั้ง 3 คนถูกแจ้งข้อหา ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ซ่อนเร้นอำพรางศพ และพกพาอาวุธมีดไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะฯ
ส่วนเรื่องของการส่งตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ฝากขังศาลอาญา หากวันนี้สอบปากคำแล้วเสร็จจะส่งฝากขังทันที แต่ถ้าไม่ทัน จะส่งฝากขังในวันพรุ่งนี้ พนักงานสอบสวนจะคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์และมีอัตราโทษสูง
จากการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมของผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย พบว่านายศุภกร มือแทง เคยถูกดำเนินคดีลักทรัพย์ในสถานที่ราชการ เป็นอาวุธปืนของกองทัพอากาศจำนวน 19 กระบอก ในท้องที่ สน.ดอนเมือง เมื่อปี 2564 ขณะนั้นผู้ต้องหาเป็นทหารเกณฑ์อยู่ในกองทัพอากาศ ส่วนนายกฤตธนัทมีประวัติคดีหนีการเกณฑ์ทหาร ส่วนนายชยพล ไม่มีประวัติอาชญากรรมแต่อย่างใด



