สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย เมื่อวันที่ 20 ต.ค. ว่าสืบเนื่องจากองค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) เผยแพร่แถลงการณ์ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ว่าไม่สามารถ “ใช้ทางลัด” ในการพิจารณาขึ้นทะเบียนฉุกเฉิน ให้กับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 “โควาซิน” ของอินเดีย ที่ดับเบิลยูเอชโอมีกำหนดประชุมในวันที่ 26 ต.ค.นี้ เนื่องจากยังคงไม่ได้รับข้อมูลสำคัญอีกหลายเรื่อง จากบริษัทภารัต ไบโอเทค ซึ่งเป็นผู้พัฒนาวัคซีนโควาซิน
Bharat Biotech – the manufacturer of Covaxin – has been submitting data to WHO on a rolling basis and WHO experts have reviewed these data.
— World Health Organization (WHO) (@WHO) October 18, 2021
WHO is expecting one additional piece of information from the company today. https://t.co/kfaNI05KIw
India delays COVID-19 vaccine supplies to WHO-backed COVAX, sources say https://t.co/a2qb1MhG7j pic.twitter.com/4Gbga9nsUQ
— Reuters (@Reuters) October 19, 2021
ทั้งนี้ วัคซีนโควาซินซึ่งใช้เทคโนโลยีเชื้อตาย นับเป็นวัคซีนตัวแรกที่อินเดียพัฒนาและผลิตเอง เพื่อใช้ในโครงการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้แก่ประชาชน จากโรคโควิด-19 นอกเหนือจากวัคซีนหลักคือ “โควิชิลด์” ซึ่งเป็นชื่อทางการค้าของวัคซีนแอสตราเซเนกา/ออกซฟอร์ด ผลิตโดยสถาบันเซรุ่มแห่งอินเดีย (เอสไอเอ)
#WATCH | It is a technical process, not an administrative or a political process… I am sure the approval of Covaxin from WHO will come at the soonest possible: Foreign Secretary Harsh Vardhan Shringla in Bhubaneswar, Odisha yesterday pic.twitter.com/HZKxm5R4g7
— ANI (@ANI) October 14, 2021
ขณะที่แหล่งข่าวให้ข้อมูลเพิ่มอีกว่า รัฐบาลอินเดียยังคงไม่ได้แจ้งจำนวนวัคซีนที่จะส่งมอบให้แก่โครงการโคแวกซ์อีกครั้ง แม้ทั้งสองฝ่ายประชุมร่วมกันเมื่อเดือนที่แล้ว และอินเดีย “ให้คำมั่น” การส่งมอบวัคซีนภายในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้
ด้านกระทรวงสาธารณสุขของอินเดีย เอสไอไอ ภารัต ไบโอเทค และดับเบิลยูเอชโอ ยังปฏิเสธให้ความเห็นอย่างเป็นทางการ ปัจจุบัน เอสไอไอผลิตวัคซีนได้เดือนละประมาณ 220 ล้านโด๊ส เพิ่มขึ้นมากกว่าสามเท่าจากเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES
















