สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานจากกรุงมาดริด ประเทศสเปน เมื่อวันที่ 24 ก.ค. ว่า กระทรวงมหาดไทยสเปนประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินระดับชาติ จากไฟป่าหลายจุดในภูมิภาคมาดริด และจังหวัดอาบิลา ที่อยู่ใกล้เคียงในภาคกลางของประเทศ ซึ่งส่งผลให้ต้องมีการอพยพประชาชนแล้วมากกว่า 10,000 คน
กระทรวงมหาดไทยสเปนให้เหตุผลว่า การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินมีขึ้น เนื่องจากเกิดไฟป่าหลายแห่งพร้อมกัน สภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย และจำเป็นต้องระดมทรัพยากรจากหน่วยงานภาครัฐหลายแห่ง ทำให้การดับเพลิงและการคุ้มครองประชาชนมีความซับซ้อนมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นไปตามคำขอของรัฐบาลแคว้นมาดริดด้วย
The Spanish government declared a national emergency after a series of wildfires threatened communities near Madrid and in the neighboring province of Avila, forcing more than 10,000 people to evacuate as firefighters struggled to contain the blazes https://t.co/QrXtcRKQMV
— Reuters (@Reuters) July 24, 2026
ภายใต้กฎหมายระบบคุ้มครองพลเรือนแห่งชาติของสเปน การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินครั้งนี้ทำให้การรับมือภัยพิบัติอยู่ภายใต้การกำกับโดยตรงของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งมีหน้าที่ประสานงานทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และรัฐบาลระบุด้วยว่า นับเป็นครั้งแรกที่สเปนประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินระดับชาติจากเหตุไฟป่า
21:25 Está metido en el Tiemblo, Ávila. #IFBurgohondo. pic.twitter.com/oh5iIKAT9M
— Infues Avila (@InfuesAvila) July 23, 2026
ปัจจุบัน สเปนและหลายประเทศในยุโรปตอนใต้กำลังเผชิญฤดูไฟป่าที่รุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เชื่อมโยงเรื่องนี้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ว่าปริมาณฝนที่ตกหนักผิดปกติในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ทำให้พืชพรรณเจริญเติบโตจำนวนมาก ก่อนจะแห้งลงจากคลื่นความร้อนรุนแรงในฤดูร้อน กลายเป็นเชื้อเพลิงที่ทำให้ไฟป่าลุกลามอย่างรวดเร็ว
นับตั้งแต่ต้นปีนี้ พื้นที่ซึ่งถูกไฟป่าเผาทำลายในสเปนมีมากกว่า 100,000 เฮกตาร์ ซึ่งใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยพื้นที่ถูกไฟไหม้ตลอดทั้งปีในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา และมีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 13 ราย ปี 2569 จึงเป็นหนึ่งในปีที่เกิดไฟป่ารุนแรง และคร่าชีวิตผู้คนมากที่สุดในรอบหลายทศวรรษ.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



