สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองซูริก ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 24 ก.ค. ว่า แถลงการณ์ของสวิตเซอร์แลนด์ระบุเพิ่มเติมว่า สหรัฐยังคงยึดมั่นในแถลงการณ์ร่วมเมื่อเดือน พ.ย. 2568 ด้วยการเรียกเก็บภาษีนำเข้าจากสวิตเซอร์แลนด์สูงถึง 12.5% ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 24 ก.ค.
สมาคมธุรกิจอีโคโนมีสวิส (Economiesuisse) กล่าวว่า การตัดสินใจเรียกเก็บภาษีนำเข้าจากสวิตเซอร์แลนด์โดยอ้างว่า มาตรการต่อต้านแรงงานบังคับไม่เพียงพอ เป็นเรื่องที่เข้าใจไม่ได้และไม่สมเหตุสมผล โดยกลุ่มระบุว่า ไม่มีหลักฐานว่าห่วงโซ่อุปทานของสวิตเซอร์แลนด์ ถูกใช้ในการลักลอบนำสินค้าที่ผลิตโดยใช้แรงงานบังคับ
Switzerland disputes US claims of forced labor as new tariffs take effect. A complex trade flashpoint with potential ripple effects on supply chains and diplomacy. More details: https://t.co/xCG3pTU316 #TradeNews #Switzerland #USRelations #Tariffs #Globa… https://t.co/vGmHfJeVTf
— Global Banking & Finance Review (@GBAFReview) July 24, 2026
กลุ่มดังกล่าวย้ำว่า แรงงานบังคับเป็นสิ่งต้องห้ามในสวิตเซอร์แลนด์อยู่แล้ว ภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญ กฎหมายแพ่ง และกฎหมายอาญา ขณะที่การตัดสินใจของสหรัฐ ทำให้บริษัทสวิสเสียเปรียบคู่แข่งจากภูมิภาคที่มีอัตราภาษีต่ำกว่า เช่น สหภาพยุโรป (อียู) และสหราชอาณาจักร
นอกจากนั้น อัตราภาษีใหม่นี้เพิ่มต้นทุนการส่งออกของสินค้าสวิส และไม่ขจัดความไม่แน่นอนที่มีอยู่ โดยอ้างถึงการสอบสวนตามมาตรา 301 ที่สหรัฐกำลังดำเนินการอยู่ เกี่ยวกับข้อกล่าวหาที่ว่า มีกำลังการผลิตส่วนเกินในภาคอุตสาหกรรม.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



