สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม เมื่อวันที่ 24 ก.ค. ว่าเวียดนามเป็นหนึ่งในคู่ค้า 60 ราย ที่เผชิญกับนโยบายภาษีนำเข้าใหม่ 10% และ 12.5% เนื่องจากบังคับใช้กฎหมายห้ามแรงงานบังคับอย่างหละหลวม ขณะที่บรรดาแบรนด์เครื่องนุ่งห่มระดับโลก ที่มีฐานการผลิตขนาดใหญ่ในเวียดนาม รวมถึงไนกี้, แกป, ราล์ฟ ลอเรน และอันเดอร์ อาร์เมอร์ ยังไม่ตอบกลับคำขอแสดงความคิดเห็นในประเด็นดังกล่าว

เวียดนามเผชิญกับอัตราภาษี 12.5% ​​เช่นเดียวกับจีน ขณะที่คู่แข่งอย่างบังกลาเทศ กัมพูชา อินโดนีเซีย และมาเลเซีย ซึ่งได้ทำข้อตกลงทางการค้าแล้ว จะถูกเก็บภาษีนำเข้า 10%

เมื่อปีที่แล้ว เวียดนามแซงหน้าจีนในฐานะผู้ส่งออกเครื่องแต่งกายรายใหญ่ที่สุดไปยังสหรัฐ และยังเป็นหนึ่งในประเทศที่มีดุลการค้าเกินดุลกับรัฐบาลวอชิงตันมากที่สุด ตามข้อมูลการค้าของสหรัฐ แต่ในขณะนี้ เวียดนามกำลังเผชิญกับความเสียเปรียบเป็น 2 เท่า

บังกลาเทศ กัมพูชา อินโดนีเซีย และมาเลเซีย ยังเป็นประเทศที่ได้รับประโยชน์จาก “กลไกสิ่งทอ” ใหม่ ซึ่งอาจยกเว้นการส่งออกเครื่องแต่งกายบางส่วนไปยังสหรัฐ ขณะที่กลไกดังกล่าวจะจัดตั้งขึ้นเมื่อเป็นไปได้ และกำหนดระยะเวลาเบื้องต้นไว้ที่ 3 ปี เพื่อส่งเสริมการนำเข้าฝ้าย และสินค้าสิ่งทอจากสหรัฐอเมริกา

ประกาศระบุว่า ส่วนหนึ่งของการส่งออกเครื่องแต่งกายที่เข้าเกณฑ์จากประเทศเหล่านี้ จะมีสิทธิได้รับการลดหย่อน หรือยกเว้นภาษีเพิ่มเติม ภายใต้ระบบโควตาที่เชื่อมโยงกับการซื้อฝ้าย และวัตถุดิบสิ่งทอจากสหรัฐอเมริกา.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS