ที่ห้องประชุม กกต.จังหวัดอุตรดิตถ์ นายนิยม จันทร์เยี่ยม ผอ.กกต.อุตรดิตถ์ พร้อมด้วยทีมวิทยากรหัวหน้ากลุ่มงานของ กกต.จังหวัด ดำเนินการจัดอบบรมเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง เกี่ยวกับการเลือกตั้งเชิงสมานฉันท์ ในการเลือกตั้งนายก และ ส.อบต. ผ่านระบบการประชุม Zoom ถ่ายทอดสดไปยัง อบต.ทั้ง 53 แห่ง ที่ได้มีการประชาสัมพันธ์และเชิญชวนผู้สมัครเข้ารับฟัง ซักถามในข้อสงสัยต่างๆ นอกจากนี้ยังได้เชิญวิทยากรจากสำนักงาน ป.ป.ช. มาร่วมบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับการยื่นบัญชีทรัพย์สิน หนี้สิน หลังเข้ารับตำแหน่ง บรรยากาศที่ทำการ อบต.ทั้ง 53 แห่ง คึกคัก ได้รับความสนใจจากผู้สมัคร ผู้ติดตาม และประชาชน ขอเข้าร่วมรับฟังถึงระเบียบข้อกฎหมายการเลือกตั้งท้องถิ่นในครั้งนี้ ภายใต้มาตรากรคุมเข้มการป้องกันโควิด-19

นายนิยม กล่าวว่า หลังจาก กกต.ประกาศให้มีการเลือกตั้ง ส.อบต. และนายก อบต. กำหนดรับสมัครรับเลือกตั้ง 11-15 ต.ค.2564 และ วันที่ 28 พ.ย.2564 เป็นวันเลือกตั้ง ซึ่ง จ.อุตรดิตถ์ มี อบต. 53 แห่ง ที่ต้องจัดการเลือกตั้ง หลังปิดรับสมัคร พบว่า มีผู้สมัครนายก อบต. 129 คน และ ส.อบต. 1,108 คน รวม 1,237 คน นับว่ามีความตื่นตัวในการอาสาเข้ามาพัฒนาตำบลและหมู่บ้าน ทั้งนี้ กกต.ประจำ อบต.จะดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครและประกาศรับรองหลังปิดรับสมัครแล้ว 7 วัน หรือในวันที่ 22 ต.ค.นี้ หลังจากนั้นเชื่อว่าแต่ละพื้นที่จะคึกคักกับการหาเสียง

ดังนั้นก่อนลงพื้นที่หาเสียง กกต.จังหวัดจึงจัดติวเข้มเรื่องของกฎกติกา ข้อกฎหมายต่างๆ ให้กับผู้สมัคร เพราะหากมีการกระทำผิดกฎหมายการเลือกตั้ง อาจทำให้มีการเพิกถอนสิทธิในการลงสมัครถึง 20 ปี โดยเป็นการอบรมผ่านระบบการประชุม Zoom ถ่ายทอดสดไปยัง อบต.ทั้ง 53 แห่ง ประกอบด้วยการชี้แจงค่าใช้จ่ายในการหาเสียง ที่จะต้องมีหลักฐานครบทุกอย่าง ขนาดป้ายประชาสัมพันธ์ จำนวนป้าย ภายหลังวันเลือกตั้งต้องแสดงเอกสารต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งภายใน 90 วัน ไม่ว่าจะผ่านการเลือกตั้ง หรือไม่ผ่านการเลือกตั้งก็ตาม และกำชับเรื่องของข้อกำหนด ขอบเขตของการหาเสียง โดยเน้นเลือกตั้งอย่างสมานฉันท์ เพราะผู้สมัครทุกคนต่างรู้จักกันเป็นอย่างดี ให้แข่งขันตามกติกา ที่สำคัญเคารพต่อสิทธิของประชาชนที่จะมาใช้สิทธิ์ตามระบบประชาธิปไตย อย่านำการเลือกตั้งหรือผลการเลือกตั้งมาสร้างความแตกแยกในชุมชน

ทั้งนี้ กกต.จังหวัด จะดูแลการเลือกตั้งอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม โปร่งใส ตรวจสอบได้ โดยขอความร่วมมือกับผู้สมัคร ทั้ง นายก และ ส.อบต หาเสียงอย่างโปร่งใส ไม่ซื้อสิทธิขายเสียง ซึ่งอาจนำไปสู่การร้องเรียน ที่สำคัญข้อกฎหมายของการเลือกตั้งใหม่นี้มีโทษค่อนข้างรุนแรง เช่น หากกระทำผิดจริง ถูกงดสิทธิต่างๆ ทางประชาธิปไตย ห้ามลงสมัครเลือกตั้งในทุกตำแหน่งทางการเมือง มีระยะเวลา 20 ปี และหากต้องจัดการเลือกตั้งใหม่ ทำให้สูญเสียงบประมาณ ก็ขอให้การเลือกตั้งการหาเสียงโปร่งใส เคารพกฎหมาย มีน้ำใจเป็นนักกีฬา และไม่กลั่นแกล้งกันทางการเมือง เพื่อการเข้าทำหน้าที่ตัวแทนของพี่น้องประชาชนในสภาตำบลอย่างสมเกียรติ



