สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันที่ 23 ต.ค. ว่าประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน กล่าวอีกครั้งเกี่ยวกับแนวคิดเรื่องนิวเคลียร์ของประเทศ ยืนยันว่า รัฐบาลเคียฟไม่เคยขอความช่วยเหลือดังกล่าวจากพันธมิตรตะวันตก เพื่อป้องกันตัวเองจากการคุกคามของรัสเซีย สิ่งที่กล่าวก่อนหน้านั้น หมายถึง “การขอให้ฝ่ายตะวันตกติดตั้งนำระบบขีปนาวุธเข้ามาติดตั้งเท่านั้น”
ขณะเดียวกัน เซเลนสกีกล่าวเชิงตัดพ้อด้วยว่า ยูเครนปลดอาวุธนิวเคลียร์เรียบร้อยนานแล้ว แต่กลับยังไม่ได้เข้าเป็นสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ ( นาโต ) “ซึ่งเป็นสิ่งที่ยูเครนต้องการมากที่สุดในเวลานี้” และรัฐบาลเคียฟต้องการนาโต “เพื่อเป็นอาวุธในการหยุดยั้งรัสเซีย”
In rightly pointing out that Ukraine gave up its nuclear arsenal in exchange for paper that no one honored, Zelensky tells NATO members that Ukraine must either return to being a nuclear country or become a full member of NATO. pic.twitter.com/l2jcbbymAj
— KyivPost (@KyivPost) October 18, 2024
ทั้งนี้ ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า “เป็นการยั่วยุที่อันตราย” เพราะท่ามกลางโลกในยุคสมัยใหม่ และสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ดำเนินอยู่ ณ เวลานี้ “การมีอาวุธนิวเคลียร์ไมใช่เรื่องยาก” โดยส่วนตัวเขา “ไม่ทราบ” ว่ายูเครนมีพัฒนาการด้านนี้ไปถึงไหนแล้ว แม้สถานการณ์ตอนนี้ถือว่า “ไม่ง่าย” สำหรับอีกฝ่าย ซึ่งกำลังเผชิญกับภาวะสงคราม “แต่โดยหลักการไม่ถือเป็นเรื่องยาก”
อนึ่ง หลังการล่มสลายของสหภาพโซเวียต เมื่อปี 2534 ยูเครนได้รับ “มรดก” เป็นคลังแสงอาวุธนิวเคลียร์ขนาดใหญ่อันดับสามของโลก แต่รัฐบาลเคียฟลดอาวุธนิวเคลียร์ทั้งหมดภายในอีก 3 ปีให้หลัง เนื่องจากได้รับ “การรับประกันความปลอดภัย” จากสหรัฐและรัสเซียตามกรอบ “บันทึกความเข้าใจบูดาเปสต์” ซึ่งลงนามที่ฮังการี.
เครดิตภาพ : AFP



