“ฝรั่ง” เป็นผลไม้เมืองร้อนที่อร่อย มีคุณค่าทางโภชนาการที่หลาย ๆ คนชื่นชอบ อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกคนที่สามารถรับประทานฝรั่งได้อย่างสบายใจ
ต่อไปนี้คือบุคคลที่ไม่ควรรับประทาน หรือต้องกินฝรั่งในปริมาณที่จำกัดเพื่อสุขภาพที่ดี
คนที่เป็นโรคกระเพาะ
แม้ว่าฝรั่งจะมีประโยชน์ต่อสุขภาพ เนื่องจากมีเส้นใยสูง แต่ถ้ารับประทานมากเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อยังไม่สุกเต็มที่ อาจทำให้อาหารไม่ย่อย เพิ่มภาระให้กับกระเพาะอาหาร ทำให้กระเพาะต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อบดอาหาร ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการปวดท้อง
โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการปวดท้อง ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานฝรั่ง หรือดื่มน้ำฝรั่งในขณะท้องว่างโดยเด็ดขาด กรดในกระเพาะเมื่อหิว รวมกับน้ำตาล และไฟเบอร์ในฝรั่ง อาจทำให้เยื่อบุกระเพาะอาหารระคายเคือง ทำให้เกิดอาการปวดท้อง แสบร้อนกลางอก และเกิดแผลในกระเพาะอาหารได้
ผู้ที่มีอาการลำไส้แปรปรวน (IBS)
ฝรั่งมีฟรุกโตสและไฟเบอร์จำนวนมาก อาจทำให้อาหารไม่ย่อย ท้องอืด และปวดท้องในผู้ที่มีอาการลำไส้แปรปรวน หากมีอาการเหล่านี้บ่อยครั้ง ควรจำกัดการกินฝรั่งหรือปรึกษาแพทย์ก่อน
เช่นเดียวกับ IBS คนที่มักมีอาการท้องอืดและอาหารไม่ย่อย ควรจำกัดการกินฝรั่ง โดยเฉพาะฝรั่งเขียว ฝรั่งเขียวมีแทนนินจำนวนมาก ซึ่งสามารถชะลอการย่อยอาหาร ทำให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ได้
คนที่ท้องผูกไม่ควรกินฝรั่ง
แม้ว่าฝรั่งสุกจะเป็นแหล่งไฟเบอร์ที่ดีต่อระบบย่อยอาหาร แต่ถ้ากินฝรั่งมากเกินไป โดยเฉพาะฝรั่งเขียว ก็อาจทำให้ท้องผูกได้ แทนนินในฝรั่งเขียวมีความสามารถในการลดการเคลื่อนไหวของลำไส้ ทำให้ถ่ายอุจจาระได้ยาก เพื่อป้องกันอาการท้องผูกควรรับประทานฝรั่งสุกรวมกับอาหารที่มีกากใยสูง ดื่มน้ำให้เพียงพอ เพิ่มการออกกำลังกาย หากยังมีอาการท้องผูกอยู่ ให้ปรึกษาแพทย์
สตรีมีครรภ์และให้นมบุตร
สตรีมีครรภ์และให้นมบุตร มักมีอาการท้องผูก เนื่องจากปัจจัยหลายประการ แม้ว่าฝรั่งจะเป็นผลไม้ที่มีคุณค่าทางโภชนาการ แต่การบริโภคฝรั่งมากเกินไป โดยเฉพาะฝรั่งเขียวหรือฝรั่งอ่อน ก็อาจทำให้อาการท้องผูกรุนแรงขึ้น สาเหตุเป็นเพราะฝรั่งมีเส้นใยจำนวนมาก แม้จะดีต่อระบบย่อยอาหาร แต่ก็ใช้เวลานานในการย่อย ในระหว่างตั้งครรภ์ ทารกในครรภ์ที่กำลังเติบโตจะกดทับกระเพาะอาหารและลำไส้ของมารดา ส่งผลให้กระบวนการย่อยอาหารช้าลง นอกจากนี้การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกายของมารดาที่ตั้งครรภ์ ยังส่งผลต่อปัญหาทางเดินอาหารอีกด้วย เช่น ท้องอืดและท้องผูก

ฝรั่งเป็นผลไม้ที่มีคุณค่าทางโภชนาการ ซึ่งมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกคนที่สามารถรับประทานฝรั่งได้อย่างสบายใจ กลุ่มบุคคลที่กล่าวถึงไปก่อนหน้านี้ควรจำกัดการกินฝรั่ง หรือปรึกษาแพทย์ก่อน เมื่อรับประทานฝรั่งต้องแน่ใจว่ารับประทานแบบสุก รับประทานในปริมาณที่พอเหมาะ และล้างก่อนรับประทาน
สำหรับบุคคลทั่วไป ควรรับประทานฝรั่งวันละหนึ่งผล ก็เพียงพอแล้วที่จะได้รับประโยชน์จากผลไม้ชนิดนี้ เวลาที่เหมาะจะรับประทานฝรั่ง คือระหว่างมื้ออาหาร หรือหลังออกกำลังกาย หลีกเลี่ยงการรับประทานฝรั่งในขณะท้องว่าง เพื่อหลีกเลี่ยงอาการท้องอืดและอาหารไม่ย่อย ให้จำกัดการกินฝรั่งในตอนเย็น เพราะอาจส่งผลต่อการนอนหลับ
การทานฝรั่งวันละหนึ่งผล ไม่เกินไปกว่านี้ ไม่เพียงแต่ให้วิตามินซีมากมาย แต่ยังช่วยในการย่อยอาหาร เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน และช่วยให้มีสุขภาพผิวที่ดีอีกด้วย.
ที่มาและภาพ : soha, Medicinenet, Time of India, MYCCF / Pixabay, VD Photography / Unsplash



