สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองแกรนด์ แรพิดส์ รัฐมิชิแกน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 5 พ.ย. ว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐและแคนดิเดตของพรรครีพับลิกัน ในการเลือกตั้งวันที่ 5 พ.ย. ขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ ที่เมืองแกรนด์ แรพิดส์ ในรัฐมิชิแกน เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา มีเนื้อหาส่วนใหญ่ยังคงเกี่ยวกับการประณาม “ความไร้ศักยภาพ” ของประธานาธิบดีโจ ไบเดน และนางกมลา แฮร์ริส รองประธานาธิบดี ซึ่งเป็นตัวแทนของพรรคเดโมแครต
PRESIDENT TRUMP: A vote for Trump means your groceries will be cheaper, your paychecks will be higher, your streets will be safer, your communities will be richer, and your future will be brighter than ever before. This will be the Golden Age of America. pic.twitter.com/XQKOx30jrL
— Trump War Room (@TrumpWarRoom) November 5, 2024
ขณะเดียวกัน ทรัมป์ยังคงยืนยัน การให้คำมั่นลดภาษีกับชาวอเมริกัน โดยเฉพาะกับภาคธุรกิจ เพื่อกระตุ้นการผลิตและการสร้างงานในสหรัฐ และการไม่เก็บภาษีจากระบบประกันสังคม พร้อมทั้งให้คำมั่นยกระดับมาตรการควบคุมพรมแดนทางตอนใต้ ซึ่งติดกับเม็กซิโก
PRESIDENT TRUMP: "To every citizen across this land, I am asking for the honor of your vote… As your president, I will fight for you every single day with every breath in my body. Together, we will save this great country that we love, we will defeat the corrupt system in… pic.twitter.com/C4lziAwhHd
— Trump War Room (@TrumpWarRoom) November 5, 2024
นอกจากนี้ ทรัมป์ยืนยัน ว่าหากได้รับการเลือกตั้งให้กลับมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีอีกครั้ง ซึ่งจะเป็นสมัยที่สอง จะขึ้นภาษีสินค้าจากต่างประเทศ “แทบทุกรายการ” ในอัตราระหว่าง 10-20% แต่สินค้าจากจีนอาจเผชิญกับกำแพงภาษีที่จะเพิ่มอีกไม่ต่ำกว่า 60%
ทั้งนี้ ทรัมป์ปิดฉากการหาเสียงที่รัฐมิชิแกน ในการเลือกตั้งก่อนหน้าทั้งสองครั้ง คือเมื่อปี 2559 และ 2563 โดยรัฐมิชิแกนเป็นหนึ่งในสวิงสเตตของการเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งนี้ มีคะแนนคณะผู้เลือกตั้ง 15 เสียง ซึ่งทรัมป์ชนะเมื่อปี 2559 แต่พ่ายแพ้ให้กับประธานาธิบดีโจ ไบเดน เมื่อปี 2563.
เครดิตภาพ : AFP



