เมื่อวันที่ 6 พ.ย. พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ว่า ที่ประชุมได้สรุปผลการอบรมการสร้างและพัฒนาข้อสอบวัดความฉลาดรู้ด้านการอ่าน วิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ที่มีผู้เข้าร่วมกว่า 15,445 คน ตามโครงการขับเคลื่อนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาตามโครงการประเมินนักเรียนระดับนานาชาติ หรือ พิซา ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ซึ่งพบว่าผู้เข้าอบรมต้องการให้มีการอบรมต่อเนื่อง มีความมั่นใจเพิ่มขึ้นในการทำข้อสอบที่ถูกต้องและสอดคล้องกับแนวข้อสอบพิซา เปิดประสบการณ์การออกข้อสอบ รวมถึงต้องการให้จัดการเรียนรู้ที่เน้นความฉลาดรู้ในโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัยด้วย

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้หารือถึงการขับเคลื่อนการแก้ปัญหาเด็กหลุดระบบการศึกษา หรือ Zero Dropout พบว่า ขณะนี้มีเด็กและเยาวชนที่ไม่มีชื่อในระบบการศึกษาภาคบังคับตั้งแต่ ป.1-ม.3 หรืออายุ 6-18 ปี จำนวน 394,039 คน โดยเร็วๆ นี้ จะมีการตั้งคณะกรรมการแก้ปัญหาเด็กหลุดระบบการศึกษาขึ้น เพื่อวางแผนการดำเนินงานหยุดเด็กหลุดระบบการศึกษาเหล่านี้ให้ได้ ทั้งนี้ ตนได้มอบหมายให้สภาการศึกษา (สกศ.) เป็นผู้กำหนดแผนยุทธศาสตร์แก้ปัญหาภาพรวมในเรื่องนี้ สำหรับการดำเนินการป้องกันเด็กหลุดระบบการศึกษานั้น ในส่วนของ สพฐ. ได้ดำเนินการโครงการพาน้องกลับมา และพาการศึกษาไปหาน้อง และในปี 2568 เตรียมขยายผลต่อเนื่อง และสำนักงานปลัด ศธ. มอบหมายให้จัดทำระบบข้อมูลสารสนเทศรายบุคคลในภาพรวมของ ศธ. เพื่อให้ทุกหน่วยงานสามารถมีส่วนร่วมในการอัพเดตข้อมูลในระบบได้ ขณะที่กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) จะดูแลกลุ่มเด็กที่หลุดระบบการศึกษาไปแล้วแต่ไม่ต้องการเรียนต่อ หรือบางกลุ่มอาจต้องโทษคดีอยู่ในเรือนจำ โดยจะให้ สกร. ไปจัดการศึกษาด้านอาชีพให้

“ในการประชุมดังกล่าว ผมได้วางแผนการจัดทำคำของบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 โดยมอบหมายให้นายนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำ ศธ. เป็นประธานการจัดทำคำของบประมาณว่าจะวางแนวทางและจุดเน้นของงบประมาณในเรื่องใดบ้าง” พล.ต.อ.เพิ่มพูน กล่าว