น.ส.จินณ์ตวรรณ ไตรสรณกุล สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ตนได้ยื่นหนังสือหารือปัญหาและความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ ถึงประธานสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 2 ฉบับ เพื่อให้รัฐบาลและหน่วยงายที่เกี่ยวข้องไปเร่งแก้ปัญหา ได้แก่ 1.ปัญหาแรงงานไทยที่เดินทางกลับจากประเทศอิสราเอลในช่วงที่เกิดสถานการณ์การปะทะ แต่ภายหลังพี่น้องแรงงานได้ประสานกับผู้ที่อยู่ในพื้นที่ และได้รับข้อมูลว่าสามารถกลับไปทำงานได้ อย่างไรก็ตาม ยังประสบปัญหาไม่ได้รับอนุญาตวีซ่าเพื่อเดินทางกลับไปทำงาน ตนจึงได้ทำหนังสือหารือไปยังกระทรวงการต่างประเทศ ขอให้ประเมินสถานการณ์ความปลอดภัยในพื้นที่ที่แรงงานไทยทำงาน หากอยู่ในระดับปลอดภัย ก็ขอให้พิจารณาอนุญาตวีซ่า เพื่อให้พี่น้องแรงงานสามารถกลับไปทำงานได้ ไม่สูญเสียโอกาสในการประกอบอาชีพและการหารายได้เลี้ยงดูครอบครัว โดยเฉพาะหลายคนมีภาระหนี้สินจากการกู้ยืมเงินเพื่อเดินทางไปทำงานต่างประเทศ และต่อมาก็ได้รับทราบข่าวดีว่า กระทรวงการต่างประเทศได้เริ่มทยอยเปิดอนุญาตวีซ่าแล้ว
น.ส.จินณ์ตวรรณ กล่าวต่อว่า 2.ปัญหาความเสียหายจากพายุฤดูร้อนใน จ.ศรีสะเกษ ซึ่งส่งผลกระทบทั้งต่อบ้านเรือนประชาชนและพืชผลทางการเกษตร โดยตนได้รับข้อมูลจากสำนักงานเกษตร จ.ศรีสะเกษ ว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์กำลังพิจารณาปรับปรุงหลักเกณฑ์การชดเชยความเสียหายจากวาตภัย จึงได้เสนอให้มีการแก้ไขและปรับปรุงพืชทุเรียนจากเกณฑ์เดิม เนื่องจากปัจจุบันเกษตรกรจะได้รับการชดเชยในกรณีที่ต้นพืชเสียหายจน “ตาย” เท่านั้น ขณะที่กรณีผลผลิตเสียหายแต่ต้นยังไม่ตาย จะได้รับการชดเชยในอัตราที่ต่ำมาก จึงเสนอให้มีการพิจารณาช่วงอายุของผลผลิตประกอบด้วย โดยเฉพาะทุเรียนที่อยู่ในช่วงอายุประมาณ 60-80 วัน ซึ่งเป็นช่วงที่เกษตรกรมีต้นทุนสูงแล้ว ใกล้ถึงระยะเก็บเกี่ยวแล้ว หากเกิดความเสียหายในช่วงเวลาดังกล่าว เกษตรกรจะได้รับผลกระทบอย่างหนัก จึงควรได้รับการพิจารณาช่วยเหลือในอัตราที่เหมาะสม
สส.ศรีสะเกษ กล่าวต่อว่า อีกทั้งขอเสนอให้แยกประเภทไม้ผลเศรษฐกิจมูลค่าสูงออกจากผลไม้อื่น และกำหนดอัตราการชดเชยให้เหมาะสมตามระดับความเสียหาย อีกทั้งยังเสนอให้เปิดโอกาสให้แต่ละจังหวัดสามารถเสนอ “มาตรการเฉพาะพื้นที่” ได้ ในกรณีที่เกิดภัยธรรมชาติรุนแรงหรือมีผลกระทบเฉพาะด้านในพื้นที่นั้นๆ.



