สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี เมื่อวันที่ 7 พ.ย. ว่า นายกรัฐมนตรีโอลาฟ โชลซ์ ผู้นำเยอรมนี แถลงเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ปลดนายคริสเตียน ลินด์เนอร์ ออกจากตำแหน่ง รมว.การคลัง เนื่องจาก “ไม่มีความไว้วางใจอีกต่อไป” ในตัวของอีกฝ่าย
After dismissing FDP Finance Minister Christian Lindner, German Chancellor Olaf Scholz says he is "confident that we will emerge from this crisis stronger."
— DW Politics (@dw_politics) November 6, 2024
Live updates ????https://t.co/b2sKmtHvT3 pic.twitter.com/OoqixeS4tL
ทั้งนี้ โชลซ์และลินด์เนอร์ขัดแย้งกันมานาน ในเรื่องของการบริหารจัดการงบประมาณ โดยลินด์เนอร์เสนอแผนการปฏิรูปหลายอย่าง เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดดุลงบประมาณ และเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของเยอรมนี ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในยุโรป และไม่มีอัตราขยายตัวมาสองปีติดต่อกันแล้ว
JUST IN: All of the FDP ministers in Germany's governing coalition government are to quit, the party says.
— DW Politics (@dw_politics) November 6, 2024
After being sacked by Olaf Scholz, former Finance Minister Christian Lindner branded the chancellor's economic plan as "weak."
Live updates ????https://t.co/b2sKmtHvT3 pic.twitter.com/U3d2lDN9Tx
อย่างไรก็ตาม โชลซ์ซึ่งเป็นหัวหน้าพรรคพรรคสังคมประชาธิปไตย (เอสพีดี) ซึ่งเป็นพรรคขนาดใหญ่ที่สุดในรัฐบาลผสมชุดปัจจุบัน และพรรคกรีน ที่เป็นอีกหนึ่งพรรคร่วม ไม่เห็นด้วยกับแนวทางของลินด์เนอร์ ซึ่งเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปไตยเสรี (เอฟดีพี) ซึ่งต้องการลดงบประมาณสนับสนุนสวัสดิการบางเรื่อง และการลดเป้าหมายการเงินที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม
ขณะที่ลินด์เนอร์ไม่เห็นด้วยกับแนวทางของพรรคเอสพีดีและพรรคกรีน ที่ต้องการให้มีการออกกฎหมายผ่อนผันข้อจำกัดเกี่ยวกับเพดานหนี้
After Germany's coalition collapsed, Vice Chancellor Robert Habeck signaled his Greens would stay on in a minority government.
— DW Politics (@dw_politics) November 6, 2024
Foreign Minister Annalena Baerbock, also from the Greens, reiterated Berlin's commitment to European security.
Live updates ????https://t.co/b2sKmtHvT3 pic.twitter.com/Je6wn9ciCU
ดังนั้น การปลดลินด์เนอร์ออกจากตำแหน่งรัฐมนตรี สร้างความไม่พอใจอย่างหนักให้กับพรรคเอฟดีพี ซึ่งแน่นอนว่า ถอนตัวออกจากการร่วมรัฐบาลทันที และหมายความว่าตอนนี้ รัฐบาลโชลซ์เหลือเพียงพรรคกรีนเป็นพรรคร่วม และไม่ได้ครองเสียงข้างมากในสภาแห่งชาติอีกต่อไป
ด้านลินด์เนอร์กล่าวว่า โชลซ์กำลังนำเยอรมนีเผชิญกับ “ภาวะไม่มั่นคงทางการเมืองในแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน” ส่วนนายโรเบิร์ต ฮาเบค แกนนำพรรคกรีน ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และรมว.เศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม ยืนยันว่า พรรคกรีนจะยังคงร่วมมือกับพรรคเอสพีดี ในฐานะรัฐบาลเสียงข้างน้อยต่อไป
หลังจากนี้ สภาแห่งชาติของเยอรมนีเตรียมอภิปรายไม่ไว้วางใจ และลงมติเกี่ยวกับสถานภาพของรัฐบาล ภายในวันที่ 15 ม.ค. 2568 หากรัฐบาลไม่สามารถเอาตัวรอดจากมติไม่ไว้วางใจได้ เยอรมนีจะต้องมีการเลือกตั้งก่อนกำหนดภายในปลายเดือน มี.ค. เร็วกว่ากำหนดการ คือวันที่ 28 ก.ย. 2568.
เครดิตภาพ : AFP



