สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 8 พ.ย. ว่า ทฤษฎีที่ว่ามหาสมุทรปกคลุม 1 ใน 3 ของดาวอังคารเมื่อหลายพันล้านปีก่อน เป็นประเด็นที่นักวิทยาศาสตร์ถกเถียงกันมานานหลายทศวรรษ แต่เมื่อไม่นานมานี้ นักวิจัยได้ค้นพบหลักฐานชิ้นใหม่ ซึ่งอาจช่วยคลี่คลายปริศนา
ในปี 2564 ยานสำรวจจู้หรงของจีน ลงจอดบนที่ราบในบริเวณยูโทเปีย บนซีกโลกเหนือของดาวอังคาร ซึ่งก่อนหน้านี้เคยพบสิ่งบ่งชี้ของแหล่งน้ำโบราณ
ดร.อู๋ โป๋ หัวหน้าคณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยโพลีเทคนิคฮ่องกง กล่าวว่า มีการพบปัจจัยต่าง ๆ ที่บ่งชี้ว่า เคยมีมหาสมุทรในอดีตบริเวณที่จู้หรงลงจอด ซึ่งรวมถึง “กรวยหลุม, แอ่งน้ำลายเหลี่ยม และกระแสน้ำที่กัดเซาะ”
A possible ancient shoreline has been found in the region of Mars being explored by the Chinese rover Zhurong, hinting that an ocean may once have covered a vast area of the lowlands in the planet’s northern hemisphere. https://t.co/QRJv87R63f
— New Scientist (@newscientist) November 7, 2024
งานวิจัยก่อนหน้านี้ตั้งข้อสังเกตว่า กรวยหลุมที่มีลักษณะคล้ายหลุมอุกกาบาต อาจมาจากภูเขาไฟโคลน และมักก่อตัวขึ้นในบริเวณที่เคยมีน้ำหรือน้ำแข็ง ขณะที่ข้อมูลจากยานสำรวจ รวมถึงข้อมูลและการวิเคราะห์จากดาวเทียมบนโลกบ่งชี้ว่า ครั้งหนึ่งอาจเคยมีแนวชายฝั่งใกล้กับบริเวณดังกล่าว
ทีมนักวิจัยคาดการณ์ว่า มหาสมุทรเกิดขึ้นจากน้ำท่วม เมื่อเกือบ 3,700 ล้านปีก่อน โดยหลังจากนั้น มหาสมุทรก็แข็งตัวและกัดเซาะแนวชายฝั่ง ก่อนจะหายไปเมื่อ 3,400 ล้านปีก่อน
ทั้งนี้ โป๋ย้ำว่า “ทีมวิจัยไม่ได้ยืนยัน” ว่าผลการค้นพบครั้งนี้ พิสูจน์ได้อย่างชัดเจนว่า เคยมีมหาสมุทรบนดาวอังคารจริง เนื่องจากต้องนำหินจากดาวอังคารกลับมายังโลก เพื่อศึกษาอย่างละเอียดยิ่งขึ้น.
เครดิตภาพ : AFP



