สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 9 พ.ย. ว่า รายงานโดยสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (โอเอชซีเอชอาร์) เปิดเผยผลการเก็บรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล การเสียชีวิตของประชาชนในฉนวนกาซา ระหว่างเดือน พ.ย. 2566 จนถึงเดือน เม.ย. 2567 มีจำนวนอย่างน้อย 8,119 ราย โดย 44% ของผู้เสียชีวิตตลอดช่วงเวลาดังกล่าวเป็นเด็ก ส่วนใหญ่อายุ 5-9 ปี และอีก 26% เป็นผู้หญิง
ขณะที่ 80% ของผู้เสียชีวิต พบว่าอยู่ในบ้านเรือนซึ่งเป็นสถานที่อยู่อาศัย หรือโครงสร้างพื้นฐานที่คล้ายคลึงกัน
New @UNHumanRights report details the horrific reality that has unfolded for the people of #Israel and #Gaza since 7 October 2023.
— United Nations Geneva (@UNGeneva) November 8, 2024
"Justice must be served with respect to the grave violations of international law that have been committed."https://t.co/Ikkw9sbJPe pic.twitter.com/HfAQxsUD5M
ด้านข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขของปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา ระบุจำนวนผู้เสียชีวิตจากสงครามในฉนวนกาซา ระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาส ซึ่งปะทุเมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2566 อยู่ที่มากกว่า 43,300 ราย
แม้อิสราเอลวิจารณ์ข้อมูลดังกล่าวมาตลอด ว่าไม่มีการแยกแยะระหว่างผู้เสียชีวิต “ที่เป็นพลเรือนอย่างแท้จริง” กับสมาชิกกลุ่มฮามาส ซึ่งใช้พลเรือนเป็นโล่มนุษย์ อย่างไรก็ตาม แทบทุกฝ่ายรวมถึงสหประชาชาติ (ยูเอ็น) อ้างอิงสถิติของจากกระทรวงสาธารณสุขปาเลสไตน์ ในการรายงานจำนวนผู้เสียชีวิตจากสงครามครั้งนี้มาตลอด
นอกจากนี้ รายงานของโอซีเอชอาร์ยังคงเน้นย้ำว่า สถานการณ์ในภาคเหนือของฉนวนกาซา “อยู่ในระดับวิกฤติ” ส่งผลให้สหรัฐออกมาเตือนอิสราเอลอย่างเป็นทางการ และขีดเส้นตายเป็นเวลา 30 วัน ว่าต้องมีการเปิดทางให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง สามารถส่งมอบความช่วยเหลือเข้าสู่ฉนวนกาซาได้อย่างราบรื่น ภายในวันที่ 12 พ.ย. นี้ มิเช่นนั้น อิสราเอลอยู่ในสถานะเสี่ยง ที่จะสูญเสียความสนับสนุนทางทหารจากสหรัฐ.
เครดิตภาพ : AFP



