สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 10 พ.ย. ว่า การศึกษาพบว่า การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากเครื่องบินเจ็ตส่วนตัว พุ่งสูงสุดในช่วงฤดูร้อนของยุโรป และช่วงที่มีงานสำคัญระดับโลก เช่น ฟุตบอลโลก, เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติคานส์ และการประชุมสุดยอดด้านสภาพอากาศของสหประชาชาติ (ยูเอ็น)

แม้การเดินทางด้วยเครื่องบินเจ็ตส่วนตัว เป็นทางเลือกสำหรับคนรวยและบุคคลที่มีชื่อเสียง แต่ยานพาหนะดังกล่าวเป็นรูปแบบการบินที่ใช้พลังงานมากที่สุด และอุตสาหกรรมเครื่องบินเจ็ตส่วนตัว ก็ตกเป็นเป้าหมายของกลุ่มผู้ประท้วงด้านสภาพอากาศมาอย่างยาวนาน

บรรดาผู้เขียนจากมหาวิทยาลัยในสวีเดน, เดนมาร์ก และเยอรมนี ระบุในงานศึกษาว่า เครื่องบินเจ็ตส่วนตัวมีส่วนรับผิดชอบต่อการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 15.6 ล้านตัน เมื่อปี 2566 ซึ่งคิดเป็นน้อยกว่า 2% ของการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์โดยรวม ของการบินเชิงพาณิชย์

อย่างไรก็ตาม เครื่องบินเจ็ตส่วนตัวให้บริการผู้โดยสารเพียง 256,000 คนเท่านั้น หรือประมาณ 0.003% ของประชากรผู้ใหญ่ทั่วโลก นั่นหมายความว่า การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่อผู้โดยสาร สูงกว่าการเดินทางเชิงพาณิชย์อย่างมีนัยสำคัญ

ทั้งนี้ ผู้เขียนงานศึกษากล่าวว่า เครื่องบินเจ็ตส่วนตัว จะมีความสำคัญเพิ่มขึ้น ในฐานะแหล่งปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ทั้งในแง่สัมพันธ์และสัมบูรณ์ พร้อมกับชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการกำกับดูแลภาคส่วนนี้ เนื่องจากการใช้เชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (เอสเอเอฟ) ยังคงอยู่ในวงจำกัด และเจ้าของเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวส่วนใหญ่ ไม่มีแผนที่จะใช้เอสเอเอฟในอนาคตอันใกล้.

เครดิตภาพ : AFP