สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 19 พ.ย. ว่า นายแมทธิว มิลเลอร์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ปฏิเสธให้ความเห็นเกี่ยวกับรายงานของ “เดอะ นิวยอร์ก ไทม์ส” และ “เดอะ วอชิงตัน โพสต์” ซึ่งเป็นสื่อใหญ่สองแห่งแรกของสหรัฐ ที่รายงานโดยอ้างข้อมูลจากแหล่งข่าว ว่าประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ อนุมัติให้ยูเครนสามารถใช้อาวุธโจมตีที่มีพิสัยทำการระยะไกล ซึ่งได้รับจากสหรัฐ เพื่อโจมตีเป้าหมายที่อยู่ลึกเข้าไปในรัสเซีย
ทั้งนี้ มิลเลอร์กล่าวว่า สหรัฐต้องปรับเปลี่ยนศักยภาพและกลยุทธ์ในการให้ความช่วยเหลือยูเครน “เมื่อถึงเวลาเหมาะสมที่ต้องดำเนินการ”
ขณะเดียวกัน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐกล่าวว่า รัสเซียเป็นฝ่ายกระตุ้นและยั่วยุซ้ำแล้วซ้ำเล่า ให้สงครามในยูเครนมีความรุนแรงและตึงเครียดมากขึ้น ด้วยการรับความสนับสนุนทางทหารจากเกาหลีเหนือ ที่อาจมีจำนวนมากถึง 11,000 นาย และมีการปะทะกันเกิดขึ้นแล้ว ระหว่างทหารยูเครน กับทหารเกาหลีเหนือ ที่ประจำการอยู่ในภูมิภาคเคิร์สก์ ทางตะวันตกของรัสเซีย
Kremlin warns that Washington risks escalating the conflict by giving Kiev permission to use US long-range weapons against Russia pic.twitter.com/UkmyL5i5S9
— RT (@RT_com) November 18, 2024
ด้านนายดมิทรี เปสคอฟ โฆษกทำเนียบเครมลิน กล่าวว่า “รัฐบาลวอชิงตันที่ใกล้หมดวาระต้องการสุมไฟความขัดแย้ง และยกระดับความรุนแรง” พร้อมทั้งยกคำกล่าวของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย เมื่อเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา ว่าหากกองทัพยูเครนใช้อาวุธโจมตีที่มีพิสัยทำการระยะไกล ทั้งของสหรัฐและพันธมิตรได้มากขึ้น “จะเป็นการเปลี่ยนพื้นฐานของสงครามครั้งนี้อย่างมีนัยสำคัญ”
สำหรับรัสเซียจะหมายความว่า สมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ซึ่งรวมถึงสหรัฐและหลายประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) “ทำสงครามโดยตรงกับรัสเซีย” และรัฐบาลมอสโกจะตอบโต้ตามความเหมาะสม โดยขึ้นอยู่กับรูปแบบของภัยคุกคาม
อนึ่ง ยูเครนเรียกร้องมานาน ขอให้สหรัฐอนุญาตอย่างเป็นทางการ ในการใช้ระบบขีปนาวุธทางยุทธวิธีระยะทำการไกล “อะแทคซิมส์” (Army Tactical Missile System – ATACMS) รุ่นใหม่ ที่มีพิสัยทำการระยะไกลถึง 300 กิโลเมตร เพื่อโจมตีเป้าหมายในรัสเซีย ปัจจุบัน กองทัพยูเครนใช้งานระบบอะแทคซิมส์ระยะใกล้ของสหรัฐ ที่มีพิสัยทำการประมาณ 165 กิโลเมตร.
เครดิตภาพ : AFP



