สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 25 พ.ย. ว่า นายไมค์ วอลซ์ ว่าที่ที่ปรึกษาด้านนโยบายความมั่นคงแห่งชาติ ของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ กล่าวถึงสถานการณ์สงครามในยูเครน ว่าต้องยุติความรุนแรง “ด้วยความรับผิดชอบ” และการฟื้นฟูสันติภาพเป็นสิ่งสำคัญสูงสุด มากกว่าการโจมตีตอบโต้กันไปมา


แม้วอลซ์วิจารณ์รัสเซียในด้านอื่น แต่ในบริบทของสงครามยูเครน วอลซ์มีจุดยืนแบบเดียวกับทรัมป์อย่างชัดเจน นั่นคือ คัดค้านการเพิ่มการมอบความสนับสนุนให้แก่ยูเครน ซึ่งวอลซ์เน้นย้ำว่า ว่าที่ผู้นำสหรัฐมีจุดยืนชัดเจน ว่าต้องการยุติสงครามซึ่งยืดเยื้อมานานเกือบ 3 ปีแล้ว ดังนั้น ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องร่วมพิจารณา เกี่ยวกับแนวทางของการเจรจา และการจัดทำข้อตกลงหยุดยิง

https://twitter.com/TPostMillennial/status/1860769967408357845


ด้านประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน ให้สัมภาษณ์พิเศษในรายการข่าวของสถานีโทรทัศน์ฟ็อกซ์ เมื่อไม่นานมานี้ ว่าหากรัฐบาลวอชิงตันชุดใหม่ของทรัมป์ ยุติการมอบความสนับสนุนทางทหารให้แก่ยูเครน รัฐบาลเคียฟจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้สงครามกับรัสเซีย


ทั้งนี้ เซเลนสกี ยืนยันว่ายูเครนจะยังคงต่อสู้ต่อไป แต่ยอมรับว่า การขาดความสนับสนุนจากสหรัฐ อาจทำให้ยูเครนอยู่ในสถานะที่ “ไม่เพียงพอ” จะยืนหยัดเอง

ขณะเดียวกัน เซเลนสกีเน้นย้ำว่า “ความเป็นเอกภาพ” และความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวระหว่างสหรัฐกับยูเครน “มีความสำคัญอย่างที่สุด” และยกย่องทรัมป์ว่า “แข็งแกร่งกว่า” เมื่อเทียบกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย


อนึ่ง ว่าที่ผู้นำสหรัฐกล่าวตั้งแต่ช่วงหาเสียง ว่าสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน “ไม่ควรเกิดขึ้นแต่แรก” และระหว่างพบหารือกับประธานาธิบดีโจ ไบเดน ที่ทำเนียบขาว ในเดือนนี้ มีรายงานว่า ไบเดนเน้นย้ำกับทรัมป์ ขอให้รัฐบาลวอชิงตันในอนาคตสนับสนุนยูเครนต่อไป หลังว่าที่ผู้นำสหรัฐวิจารณ์มาตลอด เกี่ยวกับการใช้จ่ายงบประมาณของรัฐบาลวอชิงตันชุดปัจจุบันเกี่ยวกับยูเครน.

เครดิตภาพ : AFP