สำนักข่าวซินหัวรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 21 ก.ค. ว่า นายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีจีน พบปะหารือกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทย ณ กรุงปักกิ่ง เมื่อวันจันทร์ที่่่ผ่านมา
หลี่ระบุว่า จีนและไทยเป็นประเทศเพื่อนบ้านใกล้ชิดที่มีประวัติศาสตร์การแลกเปลี่ยนฉันมิตรอย่างยาวนาน และทั้งสองฝ่ายได้เดินหน้าสร้างประชาคมจีน-ไทย ที่มีอนาคตร่วมกันอย่างลึกซึ้งและมั่นคงยิ่งขึ้น พร้อมเปิดกว้างโอกาสมากขึ้นสำหรับความร่วมมือทวิภาคี ภายใต้การชี้นำเชิงยุทธศาสตร์ของผู้นำทั้งสองประเทศ
หลี่กล่าวว่า จีนยินดีสานต่อมิตรภาพที่มีมายาวนานกับไทย เสริมแกร่งความไว้วางใจทางการเมือง เสริมสร้างการสนับสนุนซึ่งกันและกัน ผลักดันความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ร่วมกันในหลายด้าน ให้ก้าวไปสู่ระดับใหม่ และยกระดับความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนทั้งสองประเทศ

จีนพร้อมเสริมสร้างความสอดคล้องของยุทธศาสตร์การพัฒนากับไทย มุ่งแสวงหาความร่วมมือหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางที่มีคุณภาพสูง รักษาระดับการเติบโตที่ดีของการค้าทวิภาคี ขยายความร่วมมือในสาขาเกิดใหม่ และทำงานเพื่อส่งเสริมความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน โดยหวังว่าไทยจะจัดเตรียมสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่ดีแก่บริษัทจีน และทั้งสองฝ่ายควรเสริมสร้างความร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมายและความมั่นคงมากยิ่งขึ้น
ด้านนายอนุทิน กล่าวว่า การพบปะกันระหว่างผู้นำทั้งสองประเทศเมื่อปี 2568 ได้สร้างแรงผลักดันใหม่ให้กับความสัมพันธ์ทวิภาคี และไทยยินดีที่จะรักษาการแลกเปลี่ยนระดับสูงอย่างใกล้ชิดกับจีน ใช้กลไกการเจรจาให้เกิดประโยชน์สูงสุด ส่งเสริมความร่วมมือหลากหลายด้าน และมุ่งมั่นทำงานเพื่อบรรลุผลสำเร็จที่เป็นรูปธรรมมากขึ้นในความเป็นหุ้นส่วนทวิภาคี
ขณะเดียวกัน นายอนุทินกล่าวว่า ไทยยึดมั่นในนโยบายจีนเดียวอย่างแน่วแน่ และจะไม่สนับสนุนการกระทำใดก็ตามที่เป็นการสนับสนุน “เอกราชไต้หวัน”
นอกจากนี้ ไทยจะยกระดับปราบปรามอาชญากรรมข้ามพรมแดน และสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการชาวจีน พร้อมเสริมว่า ไทยสนับสนุนแผนริเริ่มระดับโลก 4 ประการที่จีนเสนอ และพร้อมที่จะเสริมสร้างการสื่อสารและการประสานงานกับจีนในเวทีพหุภาคี
ภายหลังการหารือ ผู้นำทั้งสองได้ร่วมเป็นสักขีพยานการลงนามเอกสารความร่วมมือหลายด้าน ซึ่งรวมถึงการค้า วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การศึกษาด้านปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) การบินและอวกาศ และสื่อสารมวลชน.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
ข้อมูล-ภาพ : XINHUA



