เมื่อวันที่ 21 ก.ค. 69 ที่รัฐสภา ในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งพิจารณามาตรา 16 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และหน่วยงานในกำกับ

น.ส.วทันยา บุนนาค กมธ. ได้ตั้งคำถามต่อ กองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยระบุว่า จากการตรวจสอบข้อมูลพบลักษณะการดำเนินงานที่ทำให้กองทุนดังกล่าวดูคล้ายเป็นแหล่งเงินคู่ขนานของสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.)

น.ส.วทันยา กล่าวว่า สิ่งที่น่ากังวลคือกองทุนดังกล่าว ใช้งบประมาณแผ่นดินเป็นแหล่งสนับสนุนหลัก แต่กลับไม่มีการแสดงสถานะทางการเงิน และรายละเอียดการดำเนินงานต่อคณะ กมธ.อย่างชัดเจน โดยเฉพาะกรณีโครงการ TH-AI Passport ซึ่งเคยถูกตัดงบประมาณจากกระบวนการพิจารณาปกติ แต่กลับมีการขอรับการสนับสนุนผ่านกองทุน สิ่งที่เราเห็นคือโครงการที่ถูกตัดออกจากงบประมาณในสภา สามารถฟื้นคืนชีพกลับมาได้อีกครั้ง ผ่านเงินกองทุน

น.ส.วทันยา ยังได้ขอให้ สดช. ส่งเอกสารชี้แจงอย่างละเอียด ทั้งรายงานสถานะทางการเงินของกองทุน เงินคงเหลือสะสม บัญชีโครงการที่ได้รับอนุมัติในปี 2568-2569 รวมถึงกรอบวงเงินปี 2570 และหลักเกณฑ์ในการป้องกันไม่ให้มีการนำเงินกองทุน ไปอนุมัติโครงการที่ “สภาหรือสำนักงบประมาณได้ตัดออกไปแล้ว”

ระหว่างการชี้แจง นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการสำนักงาน สดช.ได้พยายามอธิบาย แต่ประธานในที่ประชุมได้ตัดบทและสรุปคำถามของ น.ส.วทันยา ว่า “ท่านวทันยาถามเพียงว่า โครงการนี้ของบประมาณแล้วจากสำนักงบประมาณไม่ให้ ท่านถึงไปเอาเงินกองทุนมาใช้ ท่านตอบว่า ใช่หรือไม่ ก็จบเลย” จากนั้นผู้แทน สดช. ตอบสั้น ๆ ว่า “ใช่ครับ ถูกตัดตั้งแต่สำนักงบประมาณแล้วครับ”

น.ส.วทันยา จึงได้ตั้งข้อสังเกตปิดท้ายไว้ว่า ในส่วนของกองทุนดิจิทัลฯ อยากให้ระมัดระวังในเรื่องของการอนุมัติโครงการ ที่ถูกปัดตกไม่ให้งบประมาณไปแล้ว เพราะนั่นหมายถึงโครงการดังกล่าว อาจจะไม่มีความเหมาะสม หรือความจำเป็นเร่งด่วน ในการใช้งบประมาณ เพราะหากกองทุนฯ ยังอนุมัติโครงการลักษณะนี้ต่อไป สุดท้ายภาระค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน และการดูแลระบบในระยะยาวอาจย้อนกลับมาเป็นภาระของงบประมาณแผ่นดิน