จากกรณีมีผู้เสียหายเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน ว่าได้พูดคุยกับผู้ใช้เฟซบุ๊กบัญชีหนึ่ง ใช้รูปผู้หญิงหน้าตาดีใส่ชุดเดรสลายดอกไม้สีชมพูเป็นภาพโปรไฟล์ เมื่อพูดคุยกันจนเกิดความไว้เนื้อเชื่อใจ จึงชักชวนให้ลงทุนแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศในเว็บไซต์ รวมทั้งชักชวนให้ซื้อขายทองคำในเว็บดังกล่าว โดยจะให้ผู้เสียหายโอนเงินบาทไปยังบัญชีม้าที่คนร้ายใช้ก่อน โดยอ้างว่าใช้ไปแลกเป็นเงินดอลลาร์ เพื่อทำการลงทุนในเว็บไซต์ดังกล่าว ในการลงทุน 3 ครั้งแรก จะสามารถถอนเงินลงทุนพร้อมกำไรได้จริง จึงทำให้หลงเชื่อและลงทุนเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งหมดที่ผู้เสียหายโอนเงิน 9 ครั้ง ไปยังบัญชีม้าทั้งหมด 5 บัญชี มูลค่าความเสียหายรวมจำนวน 1,013,351 บาท

กระทั่ง พล.ต.ต.จิระวัฒน์ พยุงธรรม รอง ผบช.รรท.ผบช.สอท. สั่งการให้ พล.ต.ต.ภูมิพัฒน์ ภัทรศรีวงษ์ชัย ผบก.สอท.5 และ พ.ต.อ.กฤษดา มานะวงศ์สกุล ผกก.1 บก.สอท.5 ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์สืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน จนสามารถขออำนาจศาลออกหมายจับผู้ร่วมกระทำผิดในคดีนี้ 5 ราย
ล่าสุด เมื่อวันที่ 25 พ.ย. เจ้าหน้าที่ กก.1 บก.สอท.5 ได้ร่วมกันจับกุมตัวผู้ต้องหาในคดีดังกล่าวได้ 2 ราย ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันโดยทุจริต หรือหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน”

- น.ส.ญา อายุ 27 ปี ชาวกรุงเทพมหานคร โดยควบคุมตัวได้ บริเวณภายในซอยพหลโยธิน 59 แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร เบื้องต้นให้การภาคเสธ ว่าติดหนี้เพื่อนอยู่ 2,000 บาท จึงเปิดบัญชีให้เพื่อน 2 บัญชีเพื่อปลดหนี้
- นายเอ อายุ 48 ปี ชาวชลบุรี โดยควบคุมตัวได้ บริเวณถนนในซอยสุขุมวิท 46/3 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เบื้องต้นให้การรับสารภาพว่ารับจ้างเปิดบัญชีได้บัญชีละ 500 บาท โดยเปิด 3 บัญชี แต่สแกนหน้าไม่ผ่าน 1 บัญชี ใช้งานได้ 2 บัญชี ได้ค่าจ้าง 1,000 บาท นำเงินค่าจ้างไปซื้อยาบ้าเสพ และใช้จ่ายประจำวัน
จากการสืบสวนผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ทราบว่าผู้ต้องหาทำหน้าที่รับจ้างเปิดบัญชีให้ผู้เสียหายโอนเงินเข้ามา ก่อนที่กลุ่มมิจฉาชีพจะโอนเงินไปยังบัญชีอื่นต่อไป นำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.1 บก.สอท.5 เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป



