สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 29 พ.ย. ว่า โฆษกของโฟล์คสวาเกน กล่าวในการแถลงข่าวว่า บริษัทจะขายโรงงานในเมืองอุรุมชี ตลอดจนสนามทดสอบในเมืองทูร์ปัน ให้กับบริษัทจีนแห่งหนึ่ง
แม้ภูมิภาคซินเจียง เป็นที่ตั้งของโรงงานหลายแห่ง ซึ่งจัดหาสินค้าต่าง ๆ ให้กับบริษัทข้ามชาติ รวมถึงแบรนด์ดังของชาติตะวันตก แต่นักรณรงค์ด้านสิทธิมนุษยชนหลายคนกล่าวหาว่า รัฐบาลปักกิ่งดำเนินการปราบปรามชาวอุยกูร์ และชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิมในภูมิภาค ผ่านการใช้แรงงานบังคับ และค่ายกักกัน
German car giant Volkswagen has said it will sell its operations in China's Xinjiang region, where Beijing has been accused of widespread human rights abuses including forced labour.
— AFP News Agency (@AFP) November 27, 2024
➡️ https://t.co/Wf74LdsSrm pic.twitter.com/DvmNL41Aqz
อนึ่ง โฟล์คสวาเกน ตกอยู่ภายใต้การตรวจสอบอย่างละเอียดมาเป็นเวลานาน เกี่ยวกับโรงงานในเมืองอุรุมชี ซึ่งเริ่มดำเนินการเมื่อปี 2556 โดยในปีนี้ หนังสือพิมพ์รายวันด้านการเงิน “ฮันเดลส์บลาตต์” ของเยอรมนี รายงานว่า อาจมีการใช้แรงงานบังคับเพื่อสร้างสนามทดสอบของบริษัท ในเมืองทูร์ปัน เมื่อปี 2562
ด้านโฟล์คสวาเกน ระบุว่า บริษัทไม่พบหลักฐานการละเมิดสิทธิมนุษยชน ที่เกี่ยวข้องกับโครงการดังกล่าว แต่ให้คำมั่นว่าจะตรวจสอบข้อมูลใหม่ใด ๆ ที่ถูกเปิดเผย ส่วนกิจการในภูมิภาคซินเจียง จะถูกขายให้กับบริษัท เซี่ยงไฮ้ มอเตอร์ วีฮิเคิล อินสเปกชัน เซ็นเตอร์ หรือ เอสเอ็มวีไอซี
ขณะเดียวกัน ทางการจีนเรียกร้องให้บริษัทต่าง ๆ “อย่าหลงเชื่อคำโกหก” เกี่ยวกับประวัติสิทธิมนุษยชนในภูมิภาคซินเจียง พร้อมกับปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการละเมิดสิทธิ และยืนกรานว่า การกระทำในซินเจียงอุยกูร์ ช่วยต่อสู้กับกลุ่มหัวรุนแรง และส่งเสริมการพัฒนา.
เครดิตภาพ : AFP



