นายวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรออรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยถึงการแก้ไขกฎหมายเพื่อยกระดับการแก้ปัญหา ภัยออนไลน์ ว่า กระทรวงดีอี ได้เสนอร่างกฎหมาย ที่แก้ไขเพิ่มเติม ของ พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 เพื่อให้การแก้ปัญหาอาชญากรรมออนไลน์มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยจะมีการเร่งรัดคืนเงินให้ผู้เสียหาย โดยเฉพาะกรณีที่มีการระงับหรืออายัดบัญชีม้าที่มีเงินในธนาคาร และการเพิ่มโทษ การซื้อขายข้อมูลส่วนบุคคล โดยถือว่า เป็นการกระทำที่ส่งผลกระทบร้ายแรงต่อประชาชน เศรษฐกิจ และสังคม โดยจะเพิ่มอัตราโทษจำคุกเพิ่มขึ้นจาก 1 ปี เป็น 5 ปี นอกจากนี้  ยังเพิ่มความรับผิดชอบของสถาบันการเงิน และผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ ผู้ให้บริการโทรคมนาคม หรือ สื่อสังคมออนไลน์ ในความเสียหายของผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวงออนไลน์ หากผู้ประกอบการละเลย หรือไม่ดูแลระบบอย่างดีพอ รวมถึงและมีการป้องกันการโอนเงินแบบผิดกฎหมายของคนร้ายโดยการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลด้วย


“รองนายกฯ และ รมว.ดีอี ได้ลงนามเสนอร่างไปแล้ว อยู่ระหว่างคณะกรรมการกฤษฎีกา ตรวจร่าง หากผ่านแล้วจะเสนอกลับเข้าครม. เพื่อประกาศในราชกิจจาฯ เพื่อบังคับใช้ต่อไป หลังจากนั้นจึงค่อยนำกลับมาเข้าสภา เพื่อเห็นชอบ แต่หากสภาไม่เห็นชอบ ก.ม.ที่ปรับปรุงก็จะไม่มีผลต่อ ซี่งเชื่อว่าหลังจากนี้จะใช้เวลาไม่นาน อย่างตอนเสนอ พ.ร.ก.ฉบับนี้ตั้งแต่แรกก็ใช้เวลาประมาณ 1 เดือนเท่านั้น ก็สามารถประกาศใช้ได้ เนื่องจากรัฐบาลและคณะรัฐมนตรีมองว่า ปัญหานี้ได้สร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจ และความมั่นคงของประเทศ เชื่อว่าการแก้ไขกฎหมายก็เร่งดำเนินการเพื่อให้เป็นของขวัญปีใหม่กับประชาชนในช่วงสิ้นปีนี้”


นายวิศิษฏ์ กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาที่ผ่านมาถือว่าประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะการหลอกลวงและบัญชีม้า ได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ  หลังจากที่มีการติดตามการแจ้งความ และทางธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ก็มีความเข้มงวดกับธนาคารพาณิชย์ มากขึ้นในการเปิดบัญชีธนาคาร เพราะหากไม่มีความเข้มงวด หรือปล่อยปละละเลย จึงทำให้เกิดเหตุก็ต้องมีส่วนร่วมรับผิดชอบด้วย นอกจากนี้ กระทรวงฯ จะเร่งผลักดันในเรื่องการทำคดีให้มีความรวดเร็วมากขึ้น จากที่มีการแจ้งความคดีออนไลน์สูงถึง 3 แสนคดี ส่งผลให้ตำรวจที่ทำการสอบสวนคดีต้องทำงานหนัก มีคดีค้างอยู่จำนวนมาก ถือเป็นเรื่องเร่งด่วน เพราะคดีอาชญากรรออนไลน์ ทั้ง เว็บพนัน การหลอกลงทุน หลอกโอนเงินแก๊งคอลเซ็นเตอร์เหล่านี้ เป็นการดึงเงินออกนอกระบบลงใต้ดิน ทำให้มีผลต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศโดยร่วมด้วย