วานนี้ (4 มิ.ย.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานถึงความสำเร็จของทีมนักวิทยาศาสตร์ในการนำยีสต์โบราณที่พบในร่างมัมมี่อิตาลีอายุ 5,300 ปีมาใช้ในการทำขนมปัง นอกจากนี้ยังเผยว่า เตรียมนำยีสต์ดังกล่าวไปทดลองหมักเบียร์สูตรโบราณ 

ความคืบหน้าครั้งสำคัญทางวิทยาศาสตร์นี้ได้รับการเปิดเผยผ่านวารสาร “ไมโครไบโอม” เมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยทีมนักวิจัยจากอิตาลีได้ทำการศึกษา “เอิตซี” (Oetzi) มัมมี่มนุษย์น้ำแข็งโบราณอายุราว 5,300 ปี จากยุคทองแดง ซึ่งถูกค้นพบโดยนักปีนเขาชาวเยอรมันในสภาพสมบูรณ์แบบจากการถูกฝังใต้ธารน้ำแข็งแถบเทือกเขาแอลป์ทางตอนเหนือของอิตาลีเมื่อปีค.ศ. 1991 

ผลการศึกษาพบว่าภายในร่างของเอิตซีไม่ได้เป็นเพียงซากศพธรรมดา แต่เป็นระบบนิเวศที่เปี่ยมไปด้วยพลัง ซึ่งรวบรวมจุลินทรีย์ไว้มากมาย ทั้งแบคทีเรียในลำไส้จากช่วงที่เขายังมีชีวิต จุลินทรีย์ที่ปรับตัวเข้ากับความหนาวเย็นในหลุมศพน้ำแข็ง และจุลินทรีย์ยุคปัจจุบันที่เกิดขึ้นตลอดหลายทศวรรษระหว่างกระบวนการตามธรรมชาติที่ช่วยรักษาสภาพศพของเขาไว้

มัมมี่เอิตซีถูกพบในปีค.ศ. 1991

โมฮาเหม็ด ซาร์ฮาน นักจุลชีววิทยาและผู้เขียนหลักของงานวิจัยจากสถาบันเพื่อการศึกษามัมมี่แห่งยูแรค รีเสิร์ช ในเมืองโบลซาโน ประเทศอิตาลี เปิดเผยว่า ทีมวิจัยของเขาพบว่ามียีสต์กลุ่มหนึ่งที่สามารถเอาชีวิตรอดจากอุณหภูมิติดลบในลำไส้ ผิวหนัง รวมถึงในน้ำสีน้ำตาลที่ละลายออกมาจากร่างของเอิตซี และเมื่อเขาบอกเรื่องนี้กับใครก็ตาม ทุกคนมักจะถามทันทีว่าสามารถนำยีสต์ที่ว่านั้น มาทำขนมปังได้ไหม 

แม้ว่าในช่วงแรกการอบขนมปังซาวโดว์จากยีสต์โบราณนี้จะไม่ประสบความสำเร็จ แต่หลังจากพยายามมานานร่วม 3 เดือน ในที่สุด ทีมงานก็สามารถอบขนมปังซาวโดว์ที่รสชาติดีเยี่ยมโดยใช้ยีสต์โบราณออกมาได้สำเร็จ และพวกเขายังมีแผนที่จะนำยีสต์จากมัมมี่นี้ไปทดลองหมักเบียร์เป็นโครงการต่อไปอีกด้วย

นอกจากนี้ จุลินทรีย์ในลำไส้ที่ถูกอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดีของเอิตซียังแสดงให้เห็นว่า มนุษย์โบราณมีพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่อุดมไปด้วยกากใยสูงมาก ซึ่งซาร์ฮานระบุว่า จุลินทรีย์ดีๆ เหล่านี้ได้หายไปจากลำไส้ของคนในโลกตะวันตกยุคปัจจุบัน ซึ่งน่าจะเป็นผลมาจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน การใช้ยาปฏิชีวนะ และการใช้ชีวิตที่ห่างไกลจากสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติ ร่างของเอิตซีได้ช่วยแสดงให้เราเห็นอย่างเด่นชัดว่า มนุษย์ยุคปัจจุบันได้สูญเสียจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์อะไรไปบ้าง และในอนาคตเราอาจจำเป็นต้องฟื้นฟูจุลินทรีย์เหล่านี้กลับคืนมาเพื่อประโยชน์ทางด้านสุขภาพ

ที่มา : nypost.com

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES, Pixabay / Ted Erski