จากกรณีที่มีรายงานข่าวว่า นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ ในสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งถูกจำคุกในคดีร่วมกันทุจริตโครงการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) เมื่อปี 2558 โดยมีโทษจำคุก 48 ปี ก่อนได้รับการพักการลงโทษ และปล่อยตัวชั่วคราวจากทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ในวันนี้ นั้น
ความคืบหน้าในเรื่องนี้ เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 2 ธ.ค. ที่ห้องประชุม 10-09 ชั้น 10 อาคารกระทรวงยุติธรรม ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม เปิดเผยว่า สำหรับกรณีที่นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ ได้รับการพักการลงโทษนั้น ตนได้ทราบข่าวเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา และตนได้สอบถามไปยังนายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ซึ่งการพักการลงโทษ ถือเป็นเรื่องการบริหารของราชทัณฑ์ เรื่องไม่ได้ต้องรายงานมายังรัฐมนตรี แต่ทราบเบื้องต้นว่านายบุญทรง มีระยะเวลาต้องโทษรวม 40 กว่าปี ได้อภัยโทษ 4 ครั้ง จึงเหลือโทษประมาณ 10 ปี อีกทั้งนายบุญทรง ยังรับโทษจำคุกมาแล้ว 7 ปี จึงเข้าเกณฑ์การพักการลงโทษ
ทั้งนี้ การพักการลงโทษในทางกฎหมายยังถือเป็นโทษอยู่ แต่ได้รับการพักโทษที่มีเงื่อนไข อีกทั้งในการพักโทษ ไม่ใช่อำนาจของใครคนใดคนหนึ่ง เพราะในกฎหมายระบุว่าเป็นอำนาจของคณะอนุกรรมการพิจารณาการพักการลงโทษ ประกอบด้วยบุคคลหลายฝ่าย อาทิ ผู้พิพากษา เจ้าหน้าที่ตำรวจ แพทย์ อัยการ บุคคลที่เกี่ยวข้องรวมประมาณ 20 ราย เป็นต้น และโดยปกติจะมีปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นประธาน แต่เพียงครั้งนี้มีรองปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานแทน ส่วนรายละเอียดต่าง ๆ ของการพักโทษ ตนยังไม่เห็นเอกสาร แต่ทราบว่านายบุญทรง อยู่ในเกณฑ์พักโทษทั่วไป เพราะเป็นผู้สูงอายุ และเหลือโทษน้อย ส่วนถ้าจะมีรายละเอียดนอกเหนือจากนี้อาจต้องให้อธิบดีกรมราชทัณฑ์ มอบหมายกรมราชทัณฑ์ เผยแพร่ข่าวแจกสื่อมวลชนต่อไป
พ.ต.อ.ทวี เผยอีกว่า ส่วนเรื่องการติดกำไล EM นั้น เนื่องด้วยนายบุญทรง อายุน้อยกว่า 70 ปี จึงต้องติดกำไล EM แต่ถ้ามีเหตุการเจ็บป่วย จะได้รับการยกเว้นหรือไม่ ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการฯ ที่จะพิจารณา แต่เรื่องการบริหารงานภายใน ปกติแล้วจะไม่ต้องรายงานมายังรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมรับทราบ นอกจากนี้ นอกจากนายบุญทรง ได้รับการพักโทษ ยังมีบุคคลอื่นด้วยหรือไม่ที่ได้รับการพักการลงโทษนั้น ทราบว่าแต่ละครั้งจะมีประมาณ 1,000 กว่าราย ไม่ใช่เพียงนายบุญทรงเท่านั้นที่ได้รับการพักโทษ และการพักโทษก็ยังลงโทษอยู่ แม้ระหว่างนั้นผู้ที่ถูกพักโทษไปแล้ว อาจกลับมารับโทษเหมือนเดิมได้
พ.ต.อ.ทวี เผยต่อว่า ส่วนเรื่องการรายงานตัวเมื่อถูกคุมประพฤติ นายบุญทรง ก็ต้องมีการรายงานตัว แต่รายละเอียดตนไม่ทราบ ขอให้ทางกรมราชทัณฑ์ ได้ทำข่าวแจกสื่อมวลชนชี้แจงแทน ทั้งนี้ กรณีว่าระหว่างการพักโทษ บุคคลจะสามารถเขียนทูลเกล้าฯ ขอพระราชทานอภัยโทษเฉพาะรายได้หรือไม่นั้น เรื่องนี้เป็นเรื่องเฉพาะของการเขียน ใครจะเขียนอภัยโทษก็ได้ แต่ว่าอำนาจไม่ได้อยู่ที่กระทรวงยุติธรรม ยกตัวอย่าง กรณีของนายบุญทรง ที่มีโทษเยอะ แต่ก็ได้รับการอภัยโทษมา 4 ครั้ง อีกทั้งการอภัยโทษไม่ใช่กฎหมายราชทัณฑ์
ส่วนที่ก่อนหน้านี้ปรากฏภาพนายบุญทรง ไปร่วมงานศพ นั้น พ.ต.อ.ทวี เผยว่า ตนไม่มั่นใจในส่วนนี้เพราะยังไม่ได้เห็น แต่ว่ากรณีของนักโทษเด็ดขาด หากพ่อแม่เสียชีวิต ก็สามารถที่จะลาไปงานศพได้ เพราะในกฎหมายให้ลาได้ อย่างตอนที่ตนอยู่ภาคใต้ มีผู้ต้องขังที่เป็นไทย-พุทธ แล้วพ่อแม่เสียชีวิต ก็ลาไปร่วมงานศพได้ เป็นสิทธิเขา ทั้งนี้ กรณีที่นายบุญทรง ได้รับการพักโทษแล้วกลับไปอยู่บ้านใน จ.เชียงใหม่ หรือไม่นั้น ตนไม่ทราบจริง ๆ เพราะตนติดภารกิจงานทั้งวัน แต่ผู้พักโทษจะไปอยู่ที่ไหนอย่างไรก็ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขการพักโทษ เช่น สถานที่นั้นต้องมีผู้ปกครอง ผู้ดูแล และที่สำคัญคืออยู่ในการดูแลของกรมคุมประพฤติ
พ.ต.อ.ทวี ระบุด้วยว่า ปกติการคุมประพฤติตอนนี้มีจำนวนกว่า 400,000 รายที่ต้องดูแล ซึ่งเป็นระบบสากลอยู่แล้ว ทั้งนี้ หากผู้นั้นถูกดำเนินคดีในพื้นที่ใดก็ต้องคุมประพฤติในพื้นที่นั้น เช่น บางคนถูกดำเนินคดีใน กทม. ก็ต้องคุมประพฤติที่ กทม. ส่วนถ้าจะออกนอกพื้นที่ก็ต้องแจ้ง หรือกรณีของนายเทพไท เสนพงศ์ ที่มีภูมิลำเนาอยู่ในภาคใต้ แต่ก็ต้องมาพักโทษที่ กทม. เพราะถูกดำเนินคดีที่ กทม.



